ูชิงเพียงแค่กวาดสายตามองแล้วส่ายหน้า ทั้งยังคิดว่าไม่เห็นด้วย ‘หลวงจีนอายุน้อยแบบนี้เขียนอักษรอะไรออกมาได้? ต่อให้เริ่มเขียนจากท้องแม่ก็มีความชำนาญไม่เกินสิบกว่าปี? หรือว่าจะเขียนดีกว่าซุนเหล่า? เฮ้อ…ไม่รู้จริงๆ ว่าหลวงจีนนี่มีเบื้องหลังอะไร อยากจะให้ทุกคนชมกับสร้างกระแสแบบนี้’
หลิวซูชิงพึมพำใจ เดินอ้อมทุกคนไป ไม่สนว่าทุกคนจะพูดอะไร เขาสนแค่ตัวเองเท่านั้น
มาถึงหน้าประตูวัดก็หยิบมือถือมาจะถ่ายรูป แต่กลับอึ้งอยู่ที่เดิม!
วางมือถือลง หลิวซูชิงมองคำกลอนหน้าประตูวัดราวกับเห็นผี! มองแวบแรกเขาเหมือนเห็นพระพุทธองค์ขี่มังกรเทพ เหลือไว้เพียงเหมือนรอยประทับ!
อักษรที่แข็งแกร่ง ยิ่งใหญ่ คนที่มองจะเลือดร้อน แต่กลับรู้สึกว่ามีกลิ่นอายมโหฬารลงมาจากฟ้า ชะล้างทั่วร่าง กวาดความกลุ้มในใจจนหายไป! จิตใจสงบ!
“นะ…นี่มันอักษรอะไร?” หลิวซูชิงมองภาพตรงหน้าอย่างไม่กล้าเชื่อสายตา
“อาหลิว นี่คืออักษรของไต้ซือ เป็นยังไง? น่าตะลึงใช่ไหมล่ะ?” โอวหยางเฟิงหวาไม่รู้มาอยู่ข้างหลิวซูชิงตั้งแต่เมื่อไร เห็นสีหน้าหลิวซูชิงแล้วก็ยิ้มพอใจมาก
หลิวซูชิงพยักหน้ารัวๆ “น่าตะลึงมาก! มิน่าพวกเธอถึงประจบเขาแบบนี้ อักษรนี่ดีจริงๆ!”
“อาหลิวคิดมากไปแล้ว พวกเราไม่ได้ประจบไต้ซือ แต่ไต้ซือมีความสามารถจริงๆ ต่างหาก! เพียงแต่เขาเป็นคนถ่อมตัวก็เท่านั้น” โอวหยางเฟิงหวามองเงาแผ่นหลังฟางเจิ้ง นัยน์ตาเต็มไปด้วยความหลงใหลและเลื่อมใส เธอเกิดในตระ