ซ่งเอ้อโก่วมองวัยรุ่นคนนั้นแล้วก็มองวัยรุ่นที่กำลังยุ่งอยู่อีกหลายคนข้างๆ ก่อนส่ายศีรษะ “เป็นเรื่องดี แต่ว่าอาจจะใช้ไม่ได้กับหมู่บ้านพวกเรา พวกนายกลับบ้านไปเถอะ ฉันจะกวาดถนน” พูดจบซ่งเอ้อโก่วก็จะเดินไป
วัยรุ่นไม่เข้าใจจึงรีบถาม “คุณอาหมายความว่ายังไง? ทำไมถึงใช้ไม่ได้ล่ะ? หรือว่าทุกคนซื้อคำกลอนกันแล้ว? วางใจเถอะ พวกเราทำให้ฟรี ไม่คิดเงิน”
ซ่งเอ้อโก่วมองวัยรุ่นคนนั้น “ไอ้หนุ่ม นายไม่ได้ยินข่าวก่อนหน้านี้เหรอ? ในหมู่บ้านพวกเรามีไต้ซือพู่กันจีน ทุกคนนัดกันไว้แล้วว่าวันนี้จะขึ้นเขาไปเขียนคำกลอน ดังนั้นนะ วันนี้พวกนายมาเสียเที่ยวแล้ว ฉันว่ากลับไปเถอะ จะรับความหวังดีไว้แล้วกัน”
“ไต้ซือพู่กันจีน? ที่นี่?” วัยรุ่นงง
วัยรุ่นอีกคนข้างหลังได้ยินดังนั้นก็ยิ้ม เดินเข้ามาใกล้ “คุณอา พวกเราเป็นนักศึกษาเพิ่งปิดเทอม คุณอาพูดจริงเหรอครับ?”
ซ่งเอ้อโก่วตอบ “มิน่าล่ะ พวกนายไม่รู้ก็ไม่แปลก ยังไงดีล่ะ คนจากสมาคมศิลปะพู่กันจีนของพวกนายเคยมาประลองกันที่นี่ แต่แพ้ไป”
“จริงหรือครับ?” วัยรุ่นสองคนไม่โกรธ แต่ถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น
“จริงแน่นอน จะไม่เชื่อก็ช่าง…เฮ้อ ดูท่าพวกนายเป็นพวกหน้าใหม่ จะต้องถูกหลอกแน่ๆ นักเขียนพู่กันจีนพวกนั้นในอำเภอพวกนาย เหอะๆ…คงไม่มีหน้ากล้ามาที่หมู่บ้านของเราจริงๆ” ซ่งเอ้อโก่วกล่าวถึงตรงนี้ก็เงยหน้าขึ้น ราวกับว่าเขาเป็นคนที่ชนะการประลอง
พวกวัยรุ่นได้ยินดังนั้นต่างก็ร้องด้วยความแป