คำว่าตกตะลึง! เห็นครั้งเดียวไม่พอ!” โอวหยางเฟิงหวากล่าว
ทุกคนงงกว่าเดิม โอวหยางเฟิงหวาเป็นใคร? ลูกสาวนักวาดพู่กันจีนที่มีชื่อเสียงโอวหยางหวาไจ แม้แต่เธอยังกล่าวชมไต้ซือแบบนี้ อักษรนั้นจะดีขนาดไหน? ดังนั้นแต่ละคนเลยถูกกระตุ้นความอยากรู้อยากเห็นขึ้นมา
ตอนนี้เองเสียงรถแล่นเข้ามา เป็นขบวนรถ มีทั้งรถเล็กรถใหญ่ ไม่ต่ำกว่าหลายสิบคน!
คนพวกนี้ลงรถแล้ว พวกอาสาสมัครต่างมึนงง นักวาดพู่กันจีนทั้งมีชื่อและไม่มีชื่อในอำเภอซงอู่มากันหมดเลย! นี่มาทำอะไรกัน? รวมทีมเตะฟุตบอลหรือรวมกลุ่มมาเที่ยว?
ซุนก้วนอิงก็งงเหมือนกัน จึงหันหน้าไปถาม “พวกคุณมากันหมดเลยเหรอ? อย่าบอกนะว่ายังไม่ยอมแพ้เรื่องครั้งก่อน! ถ้าเป็นอย่างนั้นไสหัวกลับไปเลย! ใครก็ห้ามรบกวนไต้ซือ!”
“เดี๋ยวๆ ซุนเหล่า ท่านอย่าพูดแบบนี้สิ ครั้งก่อนพวกเรามันกบในกะลา มองเขาเป็นพวกลวงโลก ครั้งนี้พวกเรามาตั้งใจจะขออักษรจริงๆ” ชายหน้าเหลี่ยมยิ้มแห้งๆ เดินเข้ามา
“พวกคุณก็มาขออักษรเหมือนกันเหรอ?” โอวหยางเฟิงหวาอึ้งงัน ถามไปโดยจิตใต้สำนึก
“เอ่อ…หรือว่าคุณก็ด้วย?” ทุกคนต่างงงวย บ้านโอวหยางเฟิงหวามีนักวาดพู่กันจีนที่มีชื่อเสียงอยู่แล้วจะมาขออักษรอีกเหรอ?
เห็นโอวหยางเฟิงหวาพยักหน้า ทุกคนพลันเงียบกริบ…
หลิวซูชิงเป็นสมาชิกสมาคมศิลปะพู่กันจีนอำเภอซงอู่ ทว่าจะอยู่ต่างจังหวัดตลอดปี ปีนี้กลับมาฉลองปีใหม่ เพื่อนชวนให้มาขออักษร ตอนแรกสงสัยและไม่เข้าใจ จะมาขออักษรในป่า