ว่าวัดเอกดรรชนีก็แค่วัดเล็ก ทรุดโทรม ยากจนเหมือนแค่เหยียบก็จะพัง ให้ตายยังไงเขาก็ไม่คิดว่าจะมีปัญหาที่วัดเอกดรรชนี แต่ดันเกิดปัญหาจริงๆ…แต่จะสำนึกเสียใจก็สายไปแล้ว!
“อมิตาพุทธ” ตอนนี้เองหลวงจีนเฒ่าพลันสวดบทหนึ่ง ทุกคนเงียบลง
หลวงจีนหงเหยียนมองอู้หมิง “วัดเอกดรรชนีมีคนสืบทอดต่อแล้วรึ?”
อู้หมิงไม่เข้าใจว่าหลวงจีนหงเหยียนหมายความว่ายังไง จึงพยักหน้า “ครับ เป็นเณรชื่อว่าฟางเจิ้ง”
“อมิตพุทธ ประเสริฐๆ หลวงจีนหนึ่งนิ้วมีพระธรรมลึกล้ำ ฝึกใจไม่ฝึกกาย ตอนนี้มีผู้สืบทอดถือเป็นเรื่องน่ายินดีมาก ทำไมพวกท่านต้องทำหน้าไม่พอใจ? ฟางเจิ้ง…เจ้าเด็กคนนี้ตอนนั้นยังเคยมาวัดผาแดง อาตมาเคยเห็น เป็นเด็กที่มีไหวพริบ”
ทุกคนคาดไม่ถึงว่าหลวงจีนหงเหยียนจะไม่โกรธ แต่กลับยิ้ม จึงพากันมองหน้ากัน หรือว่าคนจุดธูปน้อยจะเป็นเรื่องดี?
ตอนนี้เองอู้ซินถาม “ที่แท้เจ้าอาวาสก็มีชะตาได้พบกับฟางเจิ้ง ถือว่าเป็นวาสนาที่ได้มาพบกัน”
หลวงจีนหงเหยียนพยักหน้า ยิ้มกล่าว “ตอนนั้นอาตมาเคยสังเกตฟางเจิ้ง ในแววตาเด็กคนนี้มีความดื้อรั้นไม่เชื่อฟังเหมือนกับลิงน้อยซน ดังนั้นเลยพูดกับหลวงจีนหนึ่งนิ้วว่า ‘ฟางเจิ้งไม่เหมาะจะออกบวช ไม่มีชะตาต้องกับพุทธศาสนา’ แต่หลวงจีนหนึ่งนิ้วกลับตอบว่าเขามีชะตาต้องกับพุทธศาสนา วันนี้มาดูแล้วอาตมามองผิดไปเอง เด็กคนนี้ค้ำยันวัดเอกดรรชนีได้จริงๆ ทำเรื่องยากสำเร็จนับว่ามีค่ามาก”
“เจ้าอาวาส แต่ว่าเขาแย่งผู้มีศรัทธ