ชะล้างจิตใจตัวเองไปด้วย ดูท่าโยมท่านนี้จะเข้าใจแล้วเลยเป็นแบบนี้”
ถานจวี่กั๋วมองฟางเจิ้งด้วยความตกใจ “จะ…จริงเหรอ?”
ถานหมิงกล่าว “ปู่ จริงๆ เมื่อกี้ผมแค่ราดน้ำอบไปหน่อยเดียวเอง แต่มีภาพในความคิดเต็มไปหมด ทำผมสะเทือนใจมาก นึกถึงเรื่องต่างๆ ในอดีตแล้วก็ผิดจริงๆ ฟาง…เจ้าอาวาส วัดนายยอดเยี่ยมมาก! ดีกว่าทุกวัดที่ฉันเคยไปมา! ไม่เคยรู้สึกแบบนี้มาก่อนเลย สบาย!”
ถานหมิงจับมือเหลียงอวี่ “ไปเถอะเสียวอวี่ พวกเราเข้าไปไหว้พระกัน”
เหลียงอวี่ตกใจ “ไหว้พระ? ที่นี่มีแต่พระแม่กวนอิมปางประทานบุตรนี่ ไหนคุณว่าจะไม่มีลูกนี่…”
“ใครบอกว่าไม่ล่ะ? มีสิ! ฉันจะมีสักสองคน!” ถานหมิงตอบ
“จะ…จริงเหรอ?” เหลียงอวี่ปิดปากเล็ก ถามด้วยความตื่นเต้น
ถานหมิงยิ้มเจื่อนๆ “ก่อนหน้านี้ฉันทำแต่งาน คิดว่าลูกจะเป็นภาระ ตัวฉันยังสนุกไม่พอเลยไม่อยากมีลูก ตอนนี้มาคิดๆ ดูแล้วคนเราไม่ได้มีชีวิตกันแบบนั้น…เพื่อคุณ เพื่อพ่อแม่ เพื่อทั้งครอบครัว ผู้ชายต้องเสียสละไม่ใช่เหรอ”
กล่าวจบถานหมิงก็ดึงเหลียงอวี่เข้าไปในวัด แต่เหลียงอวี่สะบัดมือถานหมิง ประนมสองมือ แสดงความเคารพต่อพระพุทธรูปตรงปากประตู โน้มศีรษะติดพื้น จากนั้นสรงน้ำพระ
หลังสรงน้ำพระ เหลียงอวี่ก็นึกถึงปมในใจมากมาย แววตาที่มองถานหมิงมีความรักมากขึ้นเรื่อยๆ ก่อนสองคนจะจับมือเดินเข้าไปในวัด
ชาวบ้านจำนวนมากเห็นดังนั้นต่างพูดชมเป็นเสียงเดียวกัน
“ฮ่าๆ…ในที่สุดเจ้าเสี่ยวหมิงก็เข้าใจสักท