หวังโอ้วกุ้ยอยู่หน้าสุด ข้างหลังคือครอบครัวถานจวี่กั๋ว และยังมีครอบครัวหยางผิง โดยเฉพาะถานจวี่กั๋ว แม้อายุเยอะแล้วแต่ยังเดินราวกับเหาะเหิน
“ปู่ ทำไมเดินเร็วจัง? ผมจะตามไม่ทันแล้วนะ” เด็กอ้วนคนหนึ่งร้องขึ้น
ถานจวี่กั๋วหัวเราะเสียงดัง “นั่นเพราะแกไม่มีแรงขับเคลื่อนยังไงล่ะ! ดูเจ้าเด็กเหม็นโฉ่อย่าหวังโอ้วกุ้ยกับหยางผิง แต่ละคนเดินเร็วกันทั้งนั้น ถ้าพวกเราไม่รีบกลัวว่าจะไม่ได้ดื่มกระทั่งซุปน่ะสิ”
“พ่อ เอ่อ…แค่โจ๊กล่าปาชามเดียวพ่อทำถึงขนาดนี้เลยเหรอ” ชายวัยกลางคนยิ้ม
ผู้หญิงข้างผู้ชายพูดขึ้น “ใช่ ถึงร่างกายพ่อจะแข็งแรง แต่ไม่มีทางสู้คนหนุ่มสาวได้หรอก ถานหย่ง พ่ออยากกินโจ๊กล่าปา คุณเดินเร็วหน่อย ไปตักกลับมาให้พ่อดีไหม?”
ถานหย่งอึ้งไป ก่อนหัวเราะแห้งๆ “ได้ๆๆ พวกคุณรออยู่นี่นะ ผมจะรีบไป”
พูดจบถานหย่งก็วิ่งขึ้นไป ไล่ตามหวังโอ้วกุ้ย
หวังโอ้วกุ้ยหัวเราะ “ถานหย่ง ตาแก่บ้านนายให้รีบเดินรึไง?”
ถานหย่งยิ้มแห้ง “พี่หวัง พวกพี่เล่นอะไรกันเนี่ย? แต่ละคนเดินเร็วยังกับมีลมใต้เท้า เดินกันเร็วไปแล้ว”
หวังโอ้วกุ้ยตอบกลับอย่างลึกลับ “นายอย่าถามเลย ข้างหน้าเป็นวัดแล้ว พอถึงแล้วเดี๋ยวนายจะได้เห็นเอง”
สิ้นเสียง ถานหย่งก็ได้กลิ่นหอมโชยมาแต่ไกล ดวงตาพลันเปล่งประกาย “นี่มันกลิ่นอะไร? หอมจัง?”
“เหอะ! เจ้าเด็กนี่มีฝีมือจริงๆ หอม!” หวังโอ้วกุ้ยกล่าวจบก็อุ้มลูก จูงภรรยาเร่งความเร็วราวกับดาวตก! ถานหย่งก็ไม่โง่ รีบตา