มไปทันที
หวังโอ้วกุ้ยตะโกนอยู่ไกลๆ “ฟาง…เจ้าอาวาส! พวกเรามาแล้ว แกตุ๋นอะไรน่ะ? หอมเชียว?”
ฟางเจิ้งยิ้ม “ไม่มีอะไรหรอก แค่โจ๊กล่าปา”
“หอมจริงๆ เร็วๆๆ เอามาให้ฉันลองสักชาม” หวังโอ้วกุ้ยวางลูกลง เอาสามชามใหญ่ออกมาวางตรงหน้าฟางเจิ้ง
ถานหย่งเห็นดังนั้นก็ร้องด้วยความตกใจ “พี่หวัง นี่พี่เอากะละมังบ้านพี่มาเลยเหรอเนี่ย? ไม่ใช่สิ นี่มันอ่างอาบน้ำ?”
“ไอ้เวร! อ่างอาบน้ำบ้านแกเล็กแค่นี้เหรอ? เดี๋ยวจะอาบให้นายเอาไหม?” หวังโอ้วกุ้ยหน้าแดง ด่าไปยิ้มๆ
ถานหย่งหัวเราะแห้งๆ
ฟางเจิ้งเห็นดังนั้นก็พูดไม่ออก หวังโอ้วกุ้ยฉลาดจริงๆ รู้ว่าข้าวผลึกของเขาอร่อย โจ๊กจะต้องพอๆ กัน เลยเอาชามใหญ่ยาวเท่าแขนเล็กมาสามใบ! จึงยิ้มเจื่อนๆ “โยมหวัง นี่มัน…ชามน้ำซุปเหรอ?”
หวังโอ้วกุ้ยหัวเราะเขินๆ “เอ่อ ใครๆ ก็รู้กันทั้งนั้นว่าวัดไม่ได้มีกฎอะไรซับซ้อน ฉันก็เลยเอาชามมาใหญ่หน่อย”
ฟางเจิ้งพูดไม่ออก เขาไม่เคยถามระบบจริงๆ จึงถามไปทันใด “ระบบ โจ๊กล่าปาต้องให้กินจนอิ่มเลยไหม?”
“หนึ่งคนหนึ่งชาม เพิ่มไม่ได้ แม้โจ๊กล่าปาจะฟรี แต่จะฟุ่มเฟือยไม่ได้ และก็จะให้อย่างไร้มารยาทไม่ได้ เหมือนกับพุทธคัมภีร์ที่จะให้จำนวนน้อยไม่ได้ ทุกเรื่องต้องมีระดับ”
ฟางเจิ้งมองหวังโอ้วกุ้ยอีกครั้ง พลันพบว่าสมกับเป็นผู้ใหญ่บ้าน ฉลาดจริงๆ! คำนวณแม้แต่กฎของระบบ ยอดเยี่ยม!
ฟางเจิ้งถาม “ชามใหญ่แบบนี้ก็ได้เหรอ?”
“โอกาสมีไว้ให้คนที่เตรียมพร้อม ทุกคนเท่าเทียมกัน โอ