กาสเท่ากัน ไม่ได้หมายความว่าผลสุดท้ายจะเท่ากัน ผู้มีความพยายามย่อมได้มากกว่า ผู้ขี้เกียจย่อมได้น้อยกว่า”
ฟางเจิ้งเข้าใจแจ่มแจ้ง ดังนั้นเลยตักชามใหญ่ให้หวังโอ้วกุ้ยอย่างไม่ลังเล จากนั้นยิ้ม “โยมหวัง เข้าวัดไปสรงน้ำพระแล้วที่เหลือก็ตามสบาย วัดนี้เล็ก ไม่ได้มีกิจกรรมอะไรมากนัก”
หวังโอ้วกุ้ยมองโจ๊กล่าปาสามชามใหญ่เต็มๆ ขณะจะขอบคุณนั้น กลับเห็นของในนั้น จึงร้องด้วยความตกใจ “นะ…ในนี้มันอะไร?”
ถานหย่งก็เห็นเหมือนกันจึงเข้าไปดูใกล้ๆ “มีรูปแกะสลักบนถั่วเขียว! แกนกลางพุทราจีนเหมือนกับพระพุทธองค์! พระเจ้า ฟางเจิ้งนายทำเหรอ?”
ฟางเจิ้งประนมสองมือยิ้มเล็กน้อย ในเมื่อพูดไม่ได้ก็จะไม่พูด เรื่องนี้ไม่ควรตอบ เลยหมิ่นเหม่คลุมเครือเสียเลย
หวังโอ้วกุ้ยมองพระพุทธองค์ พระวัชรสัตว์ พระอรหันต์และดอกบัวรวมถึงสัตว์อย่างเช่นสิงโตที่สมจริงราวกับมีชีวิตพลางกล่าวด้วยความแปลกใจ “โตมาขนาดนี้ กินโจ๊กล่าปามาหลายวัด ครั้งแรกเลยที่เห็นงานฝีมือที่ลึกซึ้งขนาดนี้! ฟางเจิ้ง ข้ามอย่างอื่นไปก่อนนะ แค่กลิ่นกับงานฝีมือก็สุดยอดแล้ว!”
ภรรยาหวังโอ้วกุ้ยก็ชมเหมือนกัน “ทำไมก่อนหน้านี้ไม่เคยเห็นแกมีฝีมือแบบนี้เลยนะ เฮ้อ คนมีฝีมือออกบวช น่าเสียดาย ถ้าออกไปเปิดร้านคงร่ำรวยไปนานแล้ว”
หวังโอ้วกุ้ยถลึงตามองภรรยา “พูดจาไร้สาระอะไรอย่างนั้น?”
อีกฝ่ายหัวเราะแหยๆ เงียบไป
ฟางเจิ้งประนมสองมือ พูดยิ้มๆ “ไม่เป็นไร”
ภรรยาหวังโอ้วกุ้ยเห็นดังนั้นก็