ูดอย่างอื่นบ้างเถอะ หม่าหยวน ได้ยินว่าวัดเอกดรรชนีเพิ่งสร้างใหม่ แต่ฉันจำได้ว่าวัดนี่น่าจะยากจนมากนี่? อีกอย่างได้ยินพวกป้าๆ เขาคุยกันว่าในวัดมีแค่เณรเป็นเจ้าอาวาส จัดพิธีสรงน้ำพระคนเดียว? จะทำได้ยังไงกัน?”
หม่าหยวนอธิบายสถานการณ์ของวัดเอกดรรชนี ก่อนหัวเราะแห้งๆ “พูดจริงๆ นะ ฉันเองก็ว่าฟางเจิ้งไม่ไหว วัดเอกดรรชนียากจนจริงๆ จนถึงขั้นจะกินข้าวต้องลงเขามาขอช่วยความช่วยเหลือ พิธีสรงน้ำพระเหรอ…ฉันว่าอย่าไปหวังกินโจ๊กเลย ทุกคนมาช่วยรวมกันให้ครึกครื้นก็พอ อีกอย่างผู้ใหญ่บ้านบอกแล้วนี่ว่าไปวัดเอกดรรชนีครั้งนี้หลักๆ คือสนับสนุนวัด ไม่ใช่ไปกินโจ๊ก”
“ดังนั้นฉันถึงฉลาดไง ไม่เอาชามไปให้เปลืองแรง ขึ้นเขาแล้วไปจุดธูปไหว้พระแค่นั้น หลักๆ คือไปเที่ยวบนเขา” ถานหมิงกล่าว
เหลียงอวี่เอ่ย “ถ้า…หากมีโจ๊กจริงๆ ล่ะ? ฉันได้ยินมาว่าฟางเจิ้งชนะการประลองศิลปะพู่กันจีน ชนะนักเขียนพู่กันจีนในเมืองเลยนะ หรือไม่ก็ถ้าเถ้าแก่ที่ไหนถูกใจเข้า ให้เงินมาบ้างก็พอจะจัดพิธีสรงน้ำพระได้แล้ว”
“มีก็มีสิ ใช่ว่าไม่เคยกินซะที่ไหน หม่าหยวน ฉันว่านะถ้าพูดถึงโจ๊กล่าปาก็ต้องเป็นต้นตำรับของวัดเมฆาขาว! เฮ้อ นั่นคือโจ๊กล่าปาที่เคี่ยวจากวัตถุดิบสิบแปดชนิดชั้นดี! ทางพุทธศาสนาเรียกว่าอะไรนะ? ใช่ โจ๊กเจ็ดสิ่งเลอค่าห้ารสชาติ เฮ้อ รสชาตินั้นสุดยอดเลย! ถ้าครั้งนี้ไม่ใช่ว่าพ่อฉันเรียกกลับมา วันนี้คงไปวัดเมฆาขาวแล้ว” ถานหมิงดึงหม่าหยวนชวนคุยตลอ