นั้นเจ้าตัวน้อยก็เหมือนกับมอเตอร์ทำงาน ทำการกินข้าวอย่างว่องไว อิ่มจนนอนกับพื้นไม่ยอมขยับตัว
ฟางเจิ้งอาศัยจังหวะนี้บีบหัวเจ้าตัวเล็กพลางพูดยิ้มๆ “นายตะกละชะมัด จากนี้กินน้อยๆ หน่อย กินมากเดี๋ยวจะอิ่มจนช๊อค”
กระรอกน้อยพลันตึงเครียดขึ้นมา แต่ฟางเจิ้งแค่จับมัน ไม่ได้คิดจะทำร้ายจึงผ่อนคลายลง แต่หรี่ตาลงสบายจากการที่ฟางเจิ้งคลึงเคล้า
ตั้งแต่วันนี้ไปฟางเจิ้งกินข้าวไม่เหงาอีก เขากินข้าว หมาป่านั่งกินบนพื้น บนหัวหมาป่าเป็นกระรอกอุ้มก้อนข้าวกินอยู่ กินเสร็จหมาป่าก็เริ่มวิ่งไล่จับกันไปทั่ว ก่อความวุ่นวายกันใหญ่…
แต่ฟางเจิ้งไม่เคยห้าม ตรงกันข้ามเขากลับพอใจกับชีวิตเงียบสงบแบบนี้มาก
เวลาผ่านไปทีละวัน หิมะพลันตกหนักจนขวางเส้นทางขึ้นเขา เลยไม่มีญาติโยมมาอีก ในที่สุดก็ผ่านไปหนึ่งเดือน ต้อนรับเดือนสิบสองอันหนาวเหน็บ ในที่สุดก็มีเสียงเคาะประตูใหญ่วัดเอกดรรชนี
หม่าหยวนเดินเข้ามาก่อนพูดด้วยความตื่นเต้น “พี่ใหญ่ฟางเจิ้ง วัดพี่ศักดิ์สิทธิ์จริงๆ! หลิวเซียงท้องแล้ว! ฮ่าๆ…”
“อมิตพุทธ ยินดีด้วยๆ” ฟางเจิ้งดีใจแทนหม่าหยวน เพียงแต่ในใจมีความขมขื่นเล็กน้อย อีกฝ่ายอายุน้อยกว่าเขาแต่แต่งงานมีลูกแล้ว แม้จะยังไม่ได้รับการยืนยัน แต่ก็ใกล้แล้ว ตนยังครองโสด อย่าว่าแต่ผู้หญิงเลย แม้แต่คนยังยากจะได้เจอ! มีแต่สัตว์สองตัวแถมยังเป็นตัวผู้อีก! คงจะผ่านช่วงเวลานี้ไปไม่ได้แล้ว…
หม่าหยวนมาแจ้งข่าวดี แถมยังเอาหัวไชเท้า ผักกาดขา