“นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?”
หมอซุนมองฟ้า “บางที เครื่องอาจจะเสีย…”
ผู้อำนวยการจ้าวหนีไปนานแล้ว เขาไม่อยากรับผิดชอบไปมากกว่านี้ ส่วนนักข่าวที่มาทำข่าวต่างแยกย้ายกันอย่างผิดหวัง
ผู้อำนวยการจ้าวยังไม่ได้กลับบ้านแต่ตามเฉินจิ้งไป ดึงเฉินจิ้งไปข้างๆ กล่าวเสียงเบา “เมื่อวานตอนดึกคุณไปไหนมา?”
เฉินจิ้งแสร้งไม่รู้เรื่อง “ไม่ได้ไปไหนทั้งนั้น สภาพจิตใจผมไม่ดีน่ะเลยไปดื่มแก้กลุ้ม ทำไมเหรอ?”
“ดื่ม? ดื่มกับหลวงจีนใช่ไหมครับ?” ผู้อำนวยการจ้าวปิ๊งความคิดขึ้นมา
เฉินจิ้งได้ยินดังนั้นก็ตึงเครียด แทบจะหลุดปากออกไป “คุณรู้ได้ยังไง?” แต่ถึงยังไงเขาเป็นคนที่เคยผ่านการฝึกฝนอย่างยากลำบากในสังคมมาก่อน จึงเปลี่ยนคำในช่วงเวลาสำคัญได้ “ผู้อำนวยการ ผมจะไปดื่มกับหลวงจีนทำไม? อีกอย่างนะในอำเภอมีหลวงจีนที่ไหน คุณคิดอะไรอยู่กันแน่?”
ผู้อำนวยการจ้าวมองเฉินจิ้งอย่างสงสัย น่าเสียดายเฉินจิ้งไม่แสดงพิรุธทางสีหน้าเลย จึงได้แต่ปล่อยผ่าน
ทว่าผู้อำนวยการจ้าวก็ยังไม่ยอม เขามักรู้สึกว่เรื่องนี้อาจจะเกี่ยวกับภูเขาเอกดรรชนี! เขารู้ว่าเฉินจิ้งเกี่ยวข้องยังไงกับภูเขาเอกดรรชนี ก็ไอ้หนูนี่เขียนข่าวสาดโคลนหลวงจีนที่วัดเอกดรรชนีซะเยอะเลย…
“ต้องหาเวลาขึ้นไปดูสักหน่อยว่ามันเป็นที่แบบไหนกันแน่…” ผู้อำนวยการจ้าวพึมพำก่อนกลับเข้าโรงพยาบาล
วันที่สองฟ้าสาง ฟางเจิ้งตื่นนอนแต่เช้า ปัดกวาดอุโบสถ วันใหม่เริ่มอีกครั้ง
ยามว่างเขาจะดูเงินในบัญชี แล