ะจะรู้สึกว่าตนใช้ชีวิตอยู่บนสวรรค์
บางทีอาจเป็นผลจากการประลองศิลปะพู่กันจีนหรืออะไรสักอย่าง สองวันนี้เริ่มมีคนมาไหว้พระเยอะขึ้น น่าเสียดายเนื่องจากหน้าหนาว ถนนลื่น คนบนเขาเลยน้อยมาก ปกติจะเป็นวัยหนุ่มแน่น คนที่มาส่วนมากจะขอลูก
เวลาขยับผ่านไปเกือบครึ่งเดือน ฟางเจิ้งมองคะแนนจุดธูปสามสิบดอกอย่างพอใจมาก ตามอัตราความก้าวหน้าแบบนี้ เดาว่าตอนเริ่มฤดูใบไม้ผลิคงใกล้จะสำเร็จภารกิจ! และก็ไม่รู้ว่าครั้งนี้ระบบจะให้รางวัลอะไร
แต่สองวันนี้ฟางเจิ้งกลับไม่สบายใจ สาเหตุก็ธรรมดามาก วัดมีขโมย!
“แปลก! ข้าวผลึกฉันน้อยลงอีกแล้ว! นี่มันเกิดอะไรขึ้นเนี่ย? หมาป่าเดียวดาย! มานี่ บอกความจริงมา นายขโมยใช่ไหม?” ฟางเจิ้งจ้องหมาป่าเดียวดาย
หมาป่าเดียวดายเห่าสองที…
“ไม่ใช่นาย? นอกจากฉันกับนายแล้วในวัดจะมีใครแตะต้องข้าวผลึกได้อีก? สารภาพมาเถอะ พอให้อภัยได้ แต่ถ้ายังปฏิเสธจะจัดการขั้นเด็ดขาด” ฟางเจิ้งกล่าว
หมาป่าเดียวดายเห่าด้วยความคับอกคับใจ
“ไม่ใช่นายจริงๆ เหรอ?”
“โฮ่งๆ…”
“เฮ้ย…แปลกจริงๆ แล้วใครขโมย?” ฟางเจิ้งพึมพำพลางกดหมาป่าเดียวดายข้างโอ่งข้าว “จะให้ภารกิจนาย คอยดูโอ่งข้าวไว้! ถ้าพรุ่งนี้ข้าวยังหาย จะลดข้าวนายลง!”
หมาป่าเดียวดายพยักหน้ารัวๆ ข้าวในบ้านหาย และก็เป็นข้าวของมันด้วย จึงเก็บความโมโหไว้! มันก็อยากรู้เหมือนกันว่าไอ้สารเลวตัวไหนไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงกล้าขโมยข้าวของท่านหมาป่า แถมยังต้องรับผิดแทนอีก!
ตกดึ