โดยเฉพาะวันนี้เที่ยงคืน เขาได้รับข้อความจากเบอร์แปลก ‘ใครทำอะไรสวรรค์มองอยู่ตลอด กฏแห่งกรรมชัดเจน นายจะหลบไปได้จนถึงเมื่อไร?’
เฉินจิ้งนึกถึงหลี่เฟิ่งเซียนจึงส่งข้อความกลับ แต่ก็เงียบหายไป ทว่าเขารู้สึกบางอย่างว่าหลี่เฟิ่งเซียนเป็นคนส่งให้เขา! จากนั้นอีกสักครู่ก็ติดต่อไป พอนึกถึงเณรที่จับหมาป่าด้วยมือเดียวในวัดเอกดรรชนีแล้วก็ยิ่งมั่นใจว่าปัญหาอยู่ที่วัดเอกดรรชนี
ดังนั้นเฉินจิ้งจึงมา
ขึ้นเขากลางดึกไม่ใช่เรื่องดีเลย แต่พอมองท้องที่นูนขึ้นเรื่อยๆ เฉินจิ้งจึงกัดฟันปีนต่อไป
คืนนี้ฟางเจิ้งไม่รับรู้เรื่องราวต่างๆ ในสังคม ไม่รู้ว่าใต้ภูเขาเกิดอะไรขึ้น รู้สึกแค่ว่าอภินิหารนี่ไม่มีประโยชน์! หลังใช้ไปแล้วไม่มีแสงทองสว่างวาบหรือมีมังกรเทพทะยานขึ้นฟ้า กระทั่งใช้สำเร็จหรือไม่ยังไม่มีการแจ้งผล
คิดไปคิดมาก็นอนไม่หลับเลยลุกขึ้นมานั่งใต้ต้นโพธิ์ เหม่อมองดวงจันทร์บนฟ้า ดวงจันทร์สีขาวสาดแสงเรืองรองสีเงิน ผ่านใบไม้เขียวของต้นโพธิ์ลงบนตัวฟางเจิ้งเป็นจุดๆ ทำให้ตัวเขามีเอกลักษณ์คราบละอองเพิ่มมาหลายส่วน
ฟางเจิ้งกำลังเหม่อก็ได้ยินเสียงดังก๊อกๆๆ ประตูใหญ่ถูกเคาะเสียงดัง
ฟางเจิ้งตกใจสะดุ้ง ดึกดื่นป่านนี้ใครมาเคาะประตู? หรือว่าจะเป็นผี?
ถ้าปกติเขาจะกลัวอยู่บ้าง แต่ตอนนี้เขาไม่กลัว! ระบบพระพุทธองค์อยู่กับเขา ในอุโบสถก็มีพระพุทธรูป ผีต่ำช้าที่ไหนจะมาพาลเกเรที่นี่ได้?
ขณะฟางเจิ้งกำลังสงสัยก็มีเสียงอ่อนแรงดังแว่วมา