“ไต้ซือ ไต้ซือ ไต้ซือ…เปิดประตูหน่อย….”
แอ๊ด!
ฟางเจิ้งเปิดประตู ไม่มีใคร!
ฟางเจิ้งนึกถึงเสียงลอยล่องเมื่อครู่พลันสูดลมหายใจเย็นๆ เข้าปอด ขนแทบจะลุกชูชัน หรือว่ามีผีจริงๆ?
ตอนนี้เองขากางเกงฟางเจิ้งตึง!
“อ๊าก!” ฟางเจิ้งตกใจจนยกเท้าถีบไป!
โครม!
“โอ๊ย!” เสียงน่าเวทนาดังแว่วมา ฟางเจิ้งก้มหน้ามองก็เห็นคนถูกถีบลอยไป กระเด็นเข้าไปในกองหิมะที่เขาเพิ่งกวาดรวมไว้
“หืม…คนนี่!” ฟางเจิ้งตบหน้าผาก ก่อนรีบวิ่งเข้าไปดึงคนขึ้นมา!
หลายนาทีต่อมา ในห้องหลังวัด ข้างเตาไฟ เฉินจิ้งอุ้มท้องใหญ่บนม้านั่งที่มีอยู่ตัวเดียว ตรงมุมปากมีรอยเลือดสีแดง ร้องโอดครวญไม่หยุด…
ฟางเจิ้งนั่งบนหินข้างๆ ด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง
“ไต้ซือ เอ่อ…ท่านเป็นคนทำใช่ไหม?” เฉินจิ้งชี้ท้องใหญ่
ฟางเจิ้งไม่พูดอะไร เอาแต่มองเฉินจิ้งนิ่งๆ
เฉินจิ้งเห็นอย่างนั้นก็คุกเข่าลงตรงหน้าฟางเจิ้ง ร้องไห้ฟูมฟาย “ไต้ซือผมผิดไปแล้ว! ท่านปล่อยผมไปเถอะ…เรื่องท้องผมยังไงก็ได้ แต่ท้องแผ่นกระเบื้องนี่มันยังไง? ฮือๆๆๆ ไต้ซือผมสำนึกผิดแล้ว ท่านให้อภัยผมเถอะ”
ฟางเจิ้งกล่าว “โลกมีเหตุและผล ไม่ใช่ว่าไม่มีกรรม แค่ยังไม่ถึงเวลาก็เท่านั้น โยม สำนึกผิดจริงๆ หรือ?”
“สำนึกผิดแล้ว สำนึกผิดแล้ว โอ๊ย…เจ็บ ไต้ซือ ท่านให้อภัยผมเถอะ ผมใกล้จะคลอดแล้ว” เฉินจิ้งร้อง
ฟางเจิ้งส่ายหน้า “รอจนโยมรู้จริงๆ ก่อนว่าผิดตรงไหนแล้วอยากจะปรับปรุงเท่านั้นค่อยว่ากันอีกที”
พูดจบฟางเจิ้งยืนขึ้น โยน