ฟางเจิ้งลากรถลากเลื่อนออกมาอีกครั้ง คล้องบนหมาป่าเดียวดายที่ไม่ยินยอมอย่างมาก จากนั้นก็พุ่งทะยาน หมาป่าเดียวดายลากรถเลื่อนวิ่งไป
เมื่อเข้าสู่กลางดึก ฟางเจิ้งเปิดวีแชตอีกครั้ง คุยกับพวกฟางอวิ๋นจิ้ง หม่าเจวียน และจ้าวต้าถงอีกเดี๋ยวก็เข้านอน
หนึ่งคืนผ่านไปเงียบๆ วันที่สอง ฟางเจิ้งทำกิจวัตรประจำวันต่อ กินข้าวกวาดอุโบสถ จากนั้นก็ว่าง
แต่ไม่นานความเงียบก็ถูกเสียงฝีเท้าทำลายลง เขาเงยหน้าขึ้น คิ้วขมวดโดยพลัน หลี่เฟิ่งเซียนมาอีกแล้ว!
“เณร ฉันมาอีกแล้วค่ะ” หลี่เฟิ่งเซียนมองฟางเจิ้งแวบหนึ่ง พลันยิ้มแย้มมีความสุข
ฟางเจิ้งยืนขึ้นประนมสองมือเอ่ย “อมิตาภพุทธ สีกา วันนี้มาไหว้พระหรือเรื่องอื่น?”
หลี่เฟิ่งเซียนส่ายหน้าบอก “วันนี้มาขอบคุณสำหรับบุญคุณที่ไต้ซือช่วยชีวิตไว้”
ฟางเจิ้งจะไปเชื่อได้ยังไง ถ้าเป็นบุญคุณช่วยชีวิตจริงๆ ระบบต้องให้รางวัลเขานานแล้ว ยังต้องให้ผู้หญิงขึ้นมาขอบคุณอีกเหรอ ฟางเจิ้งส่ายหน้า “อาตมาแค่ทำในสิ่งที่ควร ไม่ถือว่าเป็นบุญคุณหรอก”
หลี่เฟิ่งเซียนว่าต่อ “ไม่ได้ เมื่อวานท่านเรียกคนขึ้นมาพาฉันลงเขานี่ โรคเก่ากำเริบด้วย อาจถึงตายได้เลย ดังนั้นนะ วันนี้ไม่ว่ายังไงก็ต้องมาขอบคุณด้วยตัวเองให้ได้”
ฟางเจิ้งกล่าว “อมิตาพุทธ โยมพูดจาจริงจังเกินไปแล้ว”
‘ทำไมเณรนี่ถึงอ้อมค้อมนักนะ? ไม่แปลกใจเลยหรอว่าฉันจะใช้อะไรมาขอบคุณแกน่ะ?’ หลี่เฟิ่งเซียนกลอกตาคู่งาม ดวงตาเหมือนพูดได้ ความหมายนั้นคือเธอค