ิดว่าผู้ชายน่าจะเข้าใจความหมาย!
ฟางเจิ้งเห็นเพียงแววตาหลี่เฟิ่งเซียนวูบไหว ราวกับว่าข้างในติดตั้งเครื่องปั่นไฟเอาไว้ ประกายในแววตาสะท้อนออกมา ทำให้หัวใจเขาเต้นเร็วตาม แต่ฟางเจิ้งก็ยังส่ายหน้า “แค่ทำไปตามมูลเหตุเท่านั้น ได้หรือเสียยังไงอาตมาไม่มองว่าสำคัญหรอก” แต่กลับคิดในใจว่า ‘พูดเป็นอย่างเดียวไม่เหนื่อยรึไง? จะให้เงินหรือทำอะไรก็เร็วๆ หน่อยเถอะ…ลนจนจะแย่แล้ว’
“ทำไมเณรถึงไม่เข้าใจอะไรเลยนะ ท่านลองเดาดูสิ?’ หลี่เฟิ่งเซียนถามขึ้นด้วยความยั่วยวน
ฟางเจิ้งหันท้ายทอยขาวสะอาดให้เธอ หมุนตัวเดินไปพลางคิดในใจ ‘ยังไม่ได้ทำความสะอาดวัดเลย มีงานกองใหญ่รออยู่ ไม่มีเวลามาเดากับเธอหรอกนะ…’ แต่เอ่ยไปว่า “โยมค่อยๆ เดาล่ะ อาตมามีธุระ ขอตัวก่อน”
“เณร…เณร หยุดก่อน!” หลี่เฟิ่งเซียนร้อนใจแล้ว รีบเรียกเอาไว้
ฟางเจิ้งหันมามอง “สีกามีอะไรหรือ?”
“เณรคะ ฉันได้ยินมาว่าวัดท่านศักดิ์สิทธิ์มากเลยนี่” หลี่เฟิ่งเซียนถาม
ฟางเจิ้งพยักหน้า “วัดไหนก็ศักดิ์สิทธิ์ทั้งนั้น ความจริงใจคือจิตวิญญาณ แต่ว่าวัดนี้มีเพียงพระแม่กวนอิมปางประทานบุตร ถ้าจะขอลูกก็จุดธูปข้างในได้ อวยพรด้วยความจริงใจจะสัมฤทธิ์ผล ถ้าไม่ขอลูกเข้าไปก็ไม่มีความหมาย”
หลี่เฟิ่งเซียนพูดไม่ออก เธอคิดจะเข้าไปใกล้อีกฝ่ายผ่านการขอพรพระอะไรพวกนี้ แต่ในนั้นมีเพียงพระแม่กวนอิมปางประทานบุตร จะเข้าไปทำไม? เธอไม่ได้อยากมีลูกซะหน่อย…
ทว่าหลี่เฟิ่งเซียนพูดต่อในฉับพลัน “