ดังนั้นพยาบาลกับหมอในภาพจำฟางเจิ้งจึงน่าจะสวย สะอาด และศักดิ์สิทธิ์ เหมือนกับดาราภาพยนตร์
แต่ผู้หญิงตรงหน้า เขามองยังไงก็เหมือนผู้หญิงรุ่นใหญ่ที่ยืนสูบบุหรี่อยู่หน้าประตูโรงเรียนทุกวัน คอยเท้าสะเอว รอไถตังพวกดวงซวย…
ฟางเจิ้งเลยจับตามองไว้ ถามว่า “โยมมั่นใจนะว่ายืนเองไม่ไหว?”
หลี่เฟิ่งเซียนตอบกลับอย่างน่าสงสาร “ยืนไม่ไหวจริงๆ”
“โยม บนเขามีหมาป่า” ฟางเจิ้งกล่าว
หลี่เฟิ่งเซียนหัวเราะเยาะในใจ เธอทำการบ้านมาอย่างดีแล้ว ทำไมจะไม่รู้ว่าในวัดมีหมาป่าออกมาไหม? ดังนั้นจึงไม่กลัว “รู้ แต่ฉันไม่กลัว”
ฟางเจิ้งส่งสายตาให้หมาป่าเดียวดายที่เพิ่งกลับมาอยู่ไกลๆ มันนอนหมอบกลิ้งไปมาอยู่บนพื้น ขนสีเงินเปื้อนสีเทาหนึ่งชั้นกลายเป็นสีดิน จากนั้นจึงหอนเสียงดังแล้ววิ่งเข้ามา
ฟางเจิ้งทำท่าปิดประตู บอกว่า “โยม โยมไม่กลัวแต่อาตมากลัว อมิตาพุทธ บายนะ”
หลี่เฟิ่งเซียนเห็นดังนั้นแล้วรู้สึกกลัวเล็กน้อย พอได้ยินเสียงหอนของหมาป่าข้างหลังจึงหมุนตัวกลับไป เห็นหมาป่าดุร้ายกระโจนเข้ามา! ขนสีเทาเหมือนกำลังบอกเธอว่านี่ไม่ใช่หมาป่าเงินที่เคยอ่านมาในข่าว! นี่คือหมาป่าเทา!
หลี่เฟิ่งเซียนตกใจจนหน้าถอดสี ลุกขึ้นวิ่งหนีไป ซ้ำยังสะบัดรองเท้าส้นสูงทิ้ง พร้อมกับตะโกนในขณะเดียวกัน “เณรเปิดประตูนะ!”
หลี่เฟิ่งเซียนวิ่งมาที่หน้าประตู ประตูใหญ่ถูกเปิดออก ฟางเจิ้งยิ้มตาหยีอยู่หลังประตูนั้น ประนมสองมือกล่าว “อมิตาพุทธ สีกา วิชาแพทย์ของโยม