ร้ายกาจจริงๆ รักษาหายแล้วเหรอ?”
หลี่เฟิ่งเซียนอึ้งไป มองฟางเจิ้งที่ดูสบายๆ และไม่มีความกลัวแม้แต่น้อย ก่อนหันกลับไป หมาป่าสีเทาที่ไล่ตามมาหยุดแล้ว แถมคาบรองเท้าส้นสูงไปเล่นอย่างสนุกสนาน พอมองดีๆ มันใช่หมาป่าขนเทาที่ไหน แต่เป็นหมาป่าเงินคลุกฝุ่นต่างหาก! กวาดสายตามองไปแวบแรกจะเป็นสีเทา แต่ถ้ามองดีๆ จะเห็นสีขาวในนั้น
หลี่เฟิ่งเซียนรู้ตัวแล้วว่าถูกเณรตรงหน้าหลอกเข้า โกรธจนแทบจะด่าออกไป!
ฟางเจิ้งหัวเราะเบาๆ “สีกา ในเมื่อขาไม่เป็นอะไรแล้ว ก็ไปสวมรองเท้าเถอะ บนเขามันหนาว”
หลี่เฟิ่งเซียนจ้องฟางเจิ้ง กัดฟันบอก “โอ๊ย…เจ็บ!”
หลี่เฟิ่งเซียนล้มลงนั่งกับพื้น คลึงข้อเท้าพลางร้องเสียงดัง “เมื่อกี้อยู่ในช่วงเป็นตาย อะดรีนาลีนเลยพุ่งสูง ตอนนี้เจ็บเหมือนเดิมแล้วค่ะ แถมยังต้องวิ่งอีก เจ็บเข้าไปใหญ่เลย! ฮือๆๆ…”
ฟางเจิ้งมองผู้หญิงตรงหน้าอย่างหมดคำจะพูด ไม่เข้าใจจริงๆ ว่าเธอมาทำอะไรที่วัดเอกดรรชนี เขาเพิ่งเคยเจอผู้หญิงวุ่นวายแบบนี้เป็นครั้งแรก จึงรำคาญอยู่เล็กน้อย…
แต่สิ่งที่ทำให้ฟางเจิ้งพูดไม่ออกว่าเดิมคือ “สีกา เมื่อกี้โยมเจ็บข้อเท้าซ้าย ทำไมตอนนี้คลึงข้อเท้าขวาล่ะ? ความเจ็บมันย้ายที่ได้เหรอ?”
หลี่เฟิ่งเซียนได้ยินดังนั้นก็งงงัน ก้มหน้ามอง ปรากฏว่าคลึงเท้าผิดจริงๆ! เธอหน้าแดงพูดขึ้น “เจ็บจนฉันจำสับสนไปแล้ง…โอ๊ย เจ็บจัง”
หลี่เฟิ่งเซียนคลึงเท้าซ้ายอีกครั้ง
ฟางเจิ้งกล่าว “อาตมาสับสนจริงๆ เมื่อกี้โยมคลึงเท้