อะไรไม่เป็น และไม่เข้าใจวิชาแพทย์ ดูจากลักษณะของหลี่เฟิ่งเซียนแล้วเหมือนจะเท้าแพลง ถ้าเป็นในหมู่บ้านทนเอาเดี๋ยวก็หายแล้ว
แต่เขาเป็นคนทำหลี่เฟิ่งเซียนเจ็บ จึงรู้สึกผิดบาปเล็กน้อย “สีกา รอเดี๋ยวนะ”
พูดจบก็หมุนตัวเดินเข้าไปในวัด
หลี่เฟิ่งเซียนชะเง้อมองแผ่นหลังของฟางเจิ้ง พลางถาม “เณรจะทำอะไรน่ะ?”
ฟางเจิ้งตอบ “อาตมาจะไปโทรศัพท์ให้ผู้ใหญ่บ้านส่งคนมาแบกโยมลงไปรักษา บนเขาไม่มียารักษาหรอก…”
หลี่เฟิ่งเซียนได้ยินก็กลอกตา ด่าทอในใจยกใหญ่ว่า ‘ไอ้หลวงจีนงั่งไม่เข้าใจอะไรเล้ย! โอกาสดีอย่างนี้ทำไมไม่เข้ามาช่วยฉันนวดข้อเท้าล่ะ?’
แต่กลับตะโกนไปว่า “รอเดี๋ยวๆ เดี๋ยวก่อน! ไม่ต้องเรียกใครมาหรอก!”
“ทำไมล่ะ?” ฟางเจิ้งหันไปถาม
หลี่เฟิ่งเซียนพลันเกิดความคิดขึ้นมา “ฉันเป็นหมอรักษาตัวเองได้ ท่านมาช่วยประคองหน่อย หาที่นั่งพักสักเดี๋ยวก็คงหาย”
ฟางเจิ้งถามด้วยความเป็นห่วง “สีกามั่นใจนะ?”
“พูดมากจังวะ…อะแฮ่ม ค่ะ” หลี่เฟิ่งเซียนเห็นฟางเจิ้งมัวโอ้เอ้ก็แทบจะด่าทอ แต่สุดท้ายก็เก็บคำกลับไป
ฟางเจิ้งเลิกคิ้วขึ้น ถึงเขาจะไม่เคยไปโรงพยาบาล ซ้ำยังเคยเห็นหมอมาไม่มากเท่าไร แต่เขาก็เคยเรียนหนังสือ ไม่ใช่คนโง่ที่ไม่รู้อะไรเลย ผู้หญิงตรงหน้าแต่งตัวจัดจ้าน ไม่เห็นเหมือนหมอในภาพจำสักนิด!
ขอไม่นับซ่งทูจื่อในหมู่บ้าน หมอประจำหมู่บ้านคนนั้นไม่ว่าโรคอะไรก็จะใช้สายน้ำเกลือ…รักษาโรคเล็กๆ น่ะได้ แต่ถ้าใหญ่กว่านั้นต้องไปโรงพยาบาลอำเภอ