พอนึกถึงอักษรของตัวเองแล้วมองอักษรตรงหน้า โอวหยางหวาไจพลันพบว่าเขาเหมือนจะเสียเวลาเปล่าไปหลายสิบปี! อักษรของเขาหวัดราวหญ้าที่พลิ้วไหวอย่างบ้าคลั่ง ตอนนี้ยามมองไปก็แค่วัชพืช! แม้แต่ก้นสุนัขยังเทียบไม่ได้ ไม่มีคุณค่า! อักษรตรงหน้าต่างหากคืออักษรที่แท้จริง! หนึ่งอักษรราวกับมังกร สองอักษรเป็นทองคำมหาศาล!
โอวหยางหวาไจชะงักงันอยู่กับที่ ทุกคนเลยแปลกใจว่าอักษรนี้น่าเกลียดขนาดไหน ถึงทำให้โอวหยางหวาไจมีปฏิกิริยาแบบนี้ได้?
ทุกคนเข้ามาดูใกล้ๆ จากนั้นต่างเหมือนถูกฟ้าผ่า…นี่มันอักษรคนเขียนหรือ?
แต่ตอนนี้เอง ฟางเจิ้งทำงานสุดท้ายเสร็จพอดี เขาปาดเหงื่อตรงหน้าผาก “ถึงจะน่าเบื่อมากก็เถอะ แต่ชินกับเรื่องพวกนี้แล้ว ไม่ทำให้เสร็จก็เหมือนโดดเรียน จิตใจจะว้าวุ่น…ของวันนี้เสร็จแล้ว ทำตัวตามสบายได้สักที”
ขณะพูดอยู่นี้ ประตูใหญ่ถูกเคาะเสียงดัง
ฟางเจิ้งกลัดกลุ้มแล้ว เกิดอะไรขึ้น? ประลองก็ประลองแล้ว เขียนอักษรก็เขียนแล้ว ยังมาเคาะประตูทำไมอีก? คนกลุ่มใหญ่มากันแบบนี้ไม่จุดธูปเลย รู้จักแต่ส่งเสียงดัง ไม่มีคุณสมบัติกันบ้างเลย!
ฟางเจิ้งเปิดประตูใหญ่ เห็นแต่คนกลุ่มใหญ่นอกประตูมองเขาด้วยดวงตาแดงก่ำ
ฟางเจิ้งอึ้งไปก่อน จากนั้นสูดลมหายใจเข้าลึก “อมิตาพุทธ พวกโยมเป็นอะไรกัน?”
“เณร เณรเป็นคนเขียนอักษรนั่นจริงๆ เหรอ?” โอวหยางหวาไจถามเป็นคนแรก
ฟางเจิ้งขมวดคิ้วเล็กน้อย “อาตมาเขียนเอง ทำไมล่ะ? โยมสงสัยอะไรเหรอ? อาตมาบอกไปนา