นแล้วว่าอาตมาเขียนอักษรไม่เป็น อักษรที่เขียนเลยดูไม่ได้…”
พอได้ยินฟางเจิ้ง มีหลายคนแทบจะกระอักเลือดซะเดี๋ยวนั้น!
คนที่มาในวันนี้เป็นสมาชิกสมาคมศิลปะพู่กันจีน ในนี้มีใครบ้างที่ใช้พู่กันไม่เป็น? อักษรที่เขียนเสร็จถึงจะเอาไปขายไม่ได้ แต่เอาไปแลกสุรากินถือว่าไม่มีปัญหา นี่ก็เป็นสิ่งที่พวกเขาภูมิใจที่สุด…
แต่เมื่อเทียบอักษรพวกเขากับฟางเจิ้งแล้ว แม้แต่อุจจาระยังสู้ไม่ได้! และอักษรที่พวกเขามองเป็นดั่งเทพเจ้ากลับกลายเป็นขยะในสายตาฟางเจิ้ง! แล้วอย่างนั้นอักษรที่พวกเขาเขียนล่ะ? ยังสู้ขยะไม่ได้เหรอ
นี่จะทำให้ขายหน้ากันเกินไปแล้ว!
พอนึกถึงท่าทีลำพองใจของตนในตอนแรก นึกถึงท่าทีที่ดูถูกฟางเจิ้ง นึกถึงว่าเมื่อครู่เพิ่งจะเย้ยเยาะอีกฝ่าย ทุกคนต่างหน้าแดง อยากจะมุดดินหนีไปซะ…น่าขายหน้า! เจ็บปวด!
โอวหยางหวาไจจ้องฟางเจิ้งเขม็ง ส่วนฟางเจิ้งมีสีหน้าแปลกใจ คิดในใจว่า ‘เจ้านี่คงไม่ชอบผู้ชายหรอกมั้ง? ระบบ ถ้าวันนี้ฉันจะฉีกหน้าเจ้านี่ก็ไม่นับว่าผิดศีลหรอกใช่ไหม?’
ระบบตอบกลับอย่างสุภาพมากว่า “นับ!”
ฟางเจิ้งพูดไม่ออก เอ่ยอยู่ในใจ ‘นับด้วยเหรอ? เอาเถอะ ดูท่าวันนี้อาตมาต้องฆ่าสัตว์ตัดชีวิตแล้ว…’
“ฉันไม่เชื่อ!” ตอนนี้เอง คนหน้าแบนโพล่งขึ้นมา
“นายไม่เชื่อ?” โหวจื่อโกรธแล้ว กระชากเสื้อคนหน้าแบนพลางว่า “ไหนแกพูดอีกทีซิ?”
“แชะ!” แสงสว่างวาบ โหวจื่อมองไปก็เห็นเฉินจิ้งวางกล้องถ่ายภาพลง ก่อนพูดอย่างมีนัยแอบแฝง “สมกับเป็