นหลวงจีนในป่าเขา เขียนอักษรโดยที่ไม่มีใครเห็น บางทีพวกนายอาจจะอาศัยจังหวะที่ทุกคนไม่ทันสังเกตเห็นหยิบอักษรที่เตรียมไว้ออกมา ไม่คุยเหตุผล เอาแต่จะต่อยตี? ป่าเถื่อนจริงๆ!”
โหวจื่อโมโห ชี้หน้าเฉินจิ้ง “แกพูดอะไรระวังปากหน่อย!”
“ฉันระวังมากอยู่แล้ว ไม่ต้องให้แกมาเตือนหรอก” เฉินจิ้งทำเสียงหึๆ
อู๋ฉางสี่พูดด้วยความโกรธ “เฉินจิ้ง แกอย่ามาพูดมั่วนะ! พวกเราเตรียมไว้แล้วอะไร? หัวหน้าสมาคมเจียงซงอวิ๋นเป็นคนออกหัวข้อเอง พวกเราจะเตรียมมาก่อนได้ยังไง ถ้าเตรียมมาก่อนแกจะบอกว่าพวกเราเตี๊ยมมากับหัวหน้าสมาคมเจียงซงอวิ๋นใช่ไหม?”
เจียงซงอวิ๋นได้ยินดังนั้นก็หน้าเขียวปัดไปหมด
เฉินจิ้งเห็นดังนั้นจึงยิ้มเล็กน้อย แต่ก็ฉีกเป็นแผลแล้ว เจ็บจนแยกเขี้ยวยิงฟันบอก “หัวหน้าสมาคมเจียงไม่เตี๊ยมกับหลวงจีนในป่าเขาอยู่แล้ว แต่บนโลกก็มีสิ่งหนึ่งที่เรียกว่าดวง! ทำนองรำลึกเซ็กเพ็กมีชื่อเสียงมาก เป็นไปได้ว่าพวกแกมีอักษรของนักเขียนพู่กันจีนชื่อดังอยู่ส่วนหนึ่ง”
“แก…” อู๋ฉางสี่โกรธจนแทบแย่
ฟางเจิ้งเห็นดังนั้นก็ขมวดคิ้ว เฉินจิ้งหาแต่เรื่องมาตั้งแต่เริ่ม ถูกต่อยตีไปแล้วยังไม่จดจำ น่ารังเกียจจริงๆ!
แต่ว่าเจียงซงอวิ๋นกลับถอนหายใจโล่งอก “ถึงเสี่ยวเฉินจะพูดไม่ถูกต้องอยู่บ้าง แต่เหตุผลก็ไม่ได้แย่…”
“เจียงซงอวิ๋น คุณไม่อายบ้างรึไง?” อู๋ฉางสี่ต่อว่าด้วยความโกรธ
เจียงซงอวิ๋นเอ่ย “อู๋ฉางสี่ นายระวังคำพูดหน่อย ถึงคำพูดเฉินจิ้งจะมีความน่า