“สองท่านพร้อมรึยัง?” เจียงซงอวิ๋นถาม
โอวหยางหวาไจไม่มองฟางเจิ้ง แต่เงยหน้าพูด “ไม่มีปัญหา”
ฟางเจิ้งพยักหน้า “อมิตาพุทธ”
“ถ้าอย่างนั้น สองท่านประลองพู่กันจีน แน่นอนว่าต้องเขียนอักษรเหมือนกันถึงจะรู้ผลแพ้ชนะ เอาแบบนี้ สองท่านเขียนกวีของซูซื่อ ทำนองรำลึกนู่เฉียวโหยอดีตเซ็กเพ็ก[1] เป็นไง?” แม้เจียงซงอวิ๋นจะถาม แต่ความจริงกลับไม่ให้โอกาสฟางเจิ้งตอบโดยการพูดต่อว่า “ในเมื่อสองท่านไม่มีความเห็นอะไร ถ้าอย่างนั้นก็เริ่มได้!”
ฟางเจิ้งเห็นดังนั้นก็พูดไม่ออก นี่ไม่ให้โอกาสเขาออกความเห็นเลย รังแกกันเกินไปรึเปล่า? ทำนองรำลึกนู่เฉียวโหยอดีตเซ็กเพ็ก? เขาเคยอ่านตอนเรียนมาจริงๆ อีกทั้งยังเคยได้สัมผัสความน่าตื่นตกใจจากกวีอันยิ่งใหญ่นั้น แต่ไม่ได้เรียนหนังสือมาหลายปีเลยลืมไปนานแล้ว ตอนนี้ให้เขาเขียน? เขาไม่รู้ว่าควรจะเขียนอะไรเลย!
มองไปที่ด้านโอวหยางหวาไจ พอได้ยินว่าจะประลองกันแบบนี้ นัยน์ตาเขาขยับประกายอย่างชัดเจน มีท่าทีเตรียมพร้อมอยู่ในใจมาแล้วจึงเยือกเย็น
โอวหยางเฟิงหวายิ้มอย่างมั่นใจมาก กลับกันชุยจิ่นขมวดคิ้วเล็กน้อย ดูไม่พอใจกับเรื่องนี้ แต่ไม่ได้พูดอะไร
โอวหยางหวาไจชำเลืองตามองฟางเจิ้งแวบหนึ่งก่อนยิ้มเยาะในใจ ถ้าเขียนพุทธคัมภีร์เขาคงไม่มั่นใจมากนัก แต่ให้เขียนกวี? แถมยังเป็นกวีชื่อดังอีก? เขาเลยมั่นใจมาก! นักเขียนพู่กันจีนคนไหนบ้างที่ไม่เคยเขียนกวี? เกรงว่าส่วนใหญ่จะเคยเขียนกัน เคยฝึกเป็นร้อยเป็