นพันครั้ง แล้วเขาจะเขียนไม่ดีได้ยังไง? เขาจะแพ้ได้ยังไง? แพ้ให้กับเณรในภูเขาลึกไร้ชื่อเสียงอย่างนั้นเหรอ? ในมุมมองเขา นี่เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้!
มิหนำซ้ำ…
“ไม่อยากเชื่อว่าจะประลองทำนองรำลึกนู่เฉียวโหยอดีตเซ็กเพ็ก? เหอะ ครั้งนี้มีของดีให้ชมแล้ว ฉันได้ยินมาว่าคุณโอวหยางเคยเขียนกวีนี้ได้รางวัลใหญ่จากในมลฑลมาด้วย ถึงขั้นเสนอชื่อไประดับประเทศ”
“นั่นเป็นผลงานที่มีชื่อของคุณโอวหยาง น่าตกใจจริงๆ ประลองกวีอื่นก็พูดยาก แต่ประลองกวีนี้ต้องชนะแน่!”
สมาชิกสมาคมศิลปะพู่กันจีนที่รู้จักโอวหยางหวาไจต่างพูดคุยกันเงียบๆ เสียงเบามาก แค่พวกเขาหลายคนใกล้ๆ ได้ยิน แม้แต่โหวจื่อ พั่งจื่อและอู๋ฉางสี่ยังไม่ได้ยิน
ทว่าอู๋ฉางสี่ที่รู้เรื่องนี้พลันกระโดดออกมา “ฉันขอคัดค้าน! นี่ไม่ยุติธรรม! ใช้กวีที่โอวหยางหวาไจชำนาญที่สุดมาประลองกับไต้ซือแบบนี้ รังแกคนอื่นเกินไปหน่อยรึเปล่า?”
เจียงซงอวิ๋นแค่นเสียงขึ้นจมูก “อู๋ฉางสี่ นายเป็นคนเสนอการประลองเอง เป็นคนกำหนดเวลาและสถานที่เอง ทำไม วันนี้ประธานจะเลือกกวีมาประลองก็ไม่ได้เรอะ? ส่วนความยุติธรรม? ปัญญาชนในใต้หล้ามีมากมาย คนที่ฝึกพู่กันจีนมีนับไม่ถ้วน แต่ทำนองรำลึกนู่เฉียวโหยอดีตเซ็กเพ็กกลับใช้กันอย่างแพร่หลาย ใช้ในการฝึกกวีบ่อยมาก ถ้ายังเขียนอักษรนี่ไม่ได้อีกจะเขียนอะไรได้? ฉันใช้กวีที่ทุกคนเคยฝึกมาประลองนี่ก็เพื่อความยุติธรรม ไม่อย่างนั้นแล้วฟางเจิ้งเป็นหลวงจีน ชำนาญก