ป็นใครเมื่อถูกหมาป่าไล่ตามก็ตกอยู่สภาพย่ำแย่กันทั้งนั้น จึงไม่มีเอกลักษณ์อะไรเลย
ไก่งามเพราะขน คนงามเพราะแต่ง ไม่มีเสื้อผ้าดีๆ แถมดูมอมแมมจึงถูกชิงความมีชีวิตชีวาไป ตนจะค่อยๆ สกปรกลงจนเป็นดั่งขอทาน
แต่ว่าก็มีคนที่หมาป่าเดียวดายไม่ได้ดูแล อย่างเช่นตาเฒ่าซุนก้วนอิง เขาทำตามกฎวัดอย่างดีมากมาตลอด ฟางเจิ้งให้ทุกคนเงียบเขาก็ให้ศิษย์สองสามคนไม่พูดคุยเสียงดัง กระทั่งคล้อยหลังฟางเจิ้งยังพาศิษย์ออกมาจากวัดก่อน เลยรอดจากการโดนหมาป่าไล่ล่า
โอวหยางเฟิงหวามองแวบแรกก็จำซุนก้วนอิงได้ จึงตรงเข้าไปทัก “ซุนเหล่า นะ…นี่มันเกิดอะไรขึ้นคะ? ทำไมถึงเหมือนเพิ่งทะเลาะกันมาเลย?”
“เฮ้อ ให้พูดคงยาว” ซุนก้วนอิงหัวเราะแห้งๆ เขาไม่อยากพูดเรื่องนี้จริงๆ มันน่าขายหน้า!
คนหน้าแบนก็เบี่ยงประเด็นไป “พี่โอวหยาง มาสักทีนะ รีบเข้าไปสั่งสอนเณรนั่นเถอะ เจ้านั่น…ไม่ใช่คนดีเลย! พวกเราเข้าไปชมในวัดเขาดันปล่อยหมามากัดคน แต่นี่ก็ช่างเถอะ การประลองครั้งนี้ที่ตกลงกันไว้เขาไม่ให้พวกเราเข้าไปประลองในวัด แต่ให้ประลองนอกวัด! พี่ว่ามันน่าโมโหไหมล่ะ?”
“เริ่นเฉียวอัน นายพูดจริงเหรอ? เณรไม่ต้อนรับพวกนาย แถมยังปล่อยหมามากัดอีก? ซุนเหล่า จริงหรือครับ?” โอวหยางหวาไจถามติดๆ กัน นัยน์ตาฉายแววโมโห! เขาถูกชาวบ้านตรงตีนเขาหลอก เพื่อนพวกนี้ขึ้นเขามายังโดนหลวงจีนนั่นทำร้ายอีก เขารู้สึกแค่ว่ามีควันในท้อง โมโหมาก!
โอวหยางเฟิงหวาได้ยินดังนั้นก็ปิดปาก