เล็ก ทำหน้าตกใจ ก่อนจะแอบขำเล็กน้อย แม้เธอไม่คิดว่าเณรนั่นจะเอาชนะพ่อเธอได้ แต่เธอเริ่มอยากรู้จักหลวงจีนคนนั้นแล้ว
ชุยจิ่นเป็นกังวล หลวงจีนนี่ไร้ศีลธรรมจริงๆ!
“ความจริงอะไร! ทำไมไม่พูดเรื่องที่ตัวเองทำล่ะ? เข้าไปก่อความวุ่นวายในวัดเขา ท่องกวีหมาไม่รับประทานแบบนั้นเขาปล่อยหมามาก็ถือว่าเบาแล้ว เป็นฉันนะควรจะตบหน้าพวกแกต่างหาก!” พั่งจื่อโต้กลับ
โอวหยางหวาไจหมุนตัวกลับไปมอง เห็นอู๋ฉางสี่นั่งอยู่ข้างพั่งจื่อพอดี
โอวหยางหวาไจไม่สนพั่งจื่อ เขาไม่อยากยุ่งกับอันธพาลแบบนี้ จะได้เลี่ยงปัญหาไปได้ ก่อนเอ่ยขึ้นว่า “อู๋ฉางสี่ นายเป็นคนเชิญให้ประลองเองนะ ทำไมล่ะ? กลัวรึไง ไม่กล้าประลอง? ถึงได้ใช้ลูกไม้เลวๆ แบบนี้อยากให้ฉันถอยรึไง?”
อู๋ฉางสี่ได้ยินสิ่งที่โอวหยางหวาไจเจอมาก่อนแล้วจึงผายมือออก “โอวหยางหวาไจ นายอย่าใส่ความคนอื่นจะดีกว่า นายเป็นคนจัดการประลองเอง ไต้ซือไม่รู้เรื่องด้วย เขาไม่ปฏิเสธก็ดีแค่ไหนแล้ว ส่วนเรื่องที่นายเจอ อาจจะเป็นฟ้าลิขิตไว้ตามนิสัยคนมั้ง”
“พูดกับนายไปก็ไม่มีประโยชน์ ตกลงจะแข่งไหม?” โอวหยางหวาไจไม่อยากต่อความยาวสาวความยืดกับอู๋ฉางสี่ บนเขาอากาศหนาว มีสมาชิกสมาคมศิลปะพู่กันจีนกางเกงถูกกัดขาดไม่น้อย ถ้าไม่ได้ผิงไฟคงหนาวแย่ไปนานแล้ว ได้แต่ตัวสั่นกึกๆ ในสายลมหิมะ เหมือนกับขอทานจริงๆ น่าขายหน้าทีเดียว
อู๋ฉางสี่กล่าว “ไต้ซือก็เห็นด้วยกับการประลอง แต่จะจัดในวัดไม่ได้ ฉันไปหายืมโต๊ะไ