้ มิหนำซ้ำต่อให้หมาป่านี่ถูกฝึกจนเข้าใจภาษาคนจริงๆ ก็ไม่มีประโยชน์ เพราะพวกเขาไม่ได้จะทดสอบแค่นี้
ฟางเจิ้งพยักหน้าเล็กน้อย “โยม วัดเป็นแดนอันเงียบสงบ โยมเอะอะเสียงดังในวัดไม่เคารพกฎเลยจริงๆ พ่อแม่ไม่สั่งสอน คงเป็นความผิดพ่อแม่โยม อาจารย์ไม่สอน นั่นก็เป็นความผิดของอาจารย์ โตมาขนาดนี้ ถ้าผ่านอะไรมามากมายแล้วยังไม่เข้าใจอีก นั่นก็เป็นความผิดของโยม ช่างเถอะ เห็นแก่ที่โยมเป็นเดรัจฉาน อายุยังน้อย อาตมาตจะไม่สร้างความลำบากให้ รีบออกไปเถอะ”
ชายหน้าแบนรู้สึกว่าคำพูดข้างหน้าดูไม่คล้องจองกันเลย! ไม่เหมือนคุยกับหมาป่า แต่เหมือนกำลังด่าพวกเขา?
โดยเฉพาะคำว่าเดรัจฉานข้างหลัง ทำเอาเขาเกิดอารมณ์ชั่ววูบอยากมีเรื่องด้วย
แต่พอฟางเจิ้งพูดคำว่าออกไป หมาป่าตัวใหญ่ก็ออกมาจริงๆ!
ฟางเจิ้งกล่าว “พวกโยมดู แม้เดรัจฉานจะฝึกยาก แต่ก็มีเหตุผล รู้ว่าวัดจะส่งเสียงดังไม่ได้ ให้มันออกมามันก็ออกมา”
พูดจบพวกชายหน้าแบนพลันหน้าแดงก่ำ…ก่อนหน้านี้ฟางเจิ้งให้พวกเขาเคารพกฏ แต่ไม่มีใครฟัง ไม่สนใจ พอเทียบแบบนี้แล้ว หมายความว่าพวกเขาสู้เดรัจฉานไม่ได้รึเปล่า?
ชายหน้าแบนตะโกนด้วยความอับอายและโมโห “ไอ้ลาหัวล้าน แกด่าฉันทางอ้อมเหรอฮะ!”
“แกว่าใครลาหัวล้านหา?” พั่งจื่อกับโหวจื่อได้ยินดังนั้นก็กระโดดเข้ามา เฉินจิ้งขยับไปยืนข้างหลังโดยสัญชาตญาณ ก่อนจะพบว่าครั้งนี้ไม่ได้มาหาเรื่องตนจึงสบายใจลงไม่น้อย
ชายหน้าแบนเห็นสองคนนั้นถลึงตามองอย่า