งโหดเหี้ยมก็หวาดกลัวทันที เขาชี้ฟางเจิ้ง “เณร เป็นนักบวชยังด่าคนอื่นอีก…กะ…แกผิดศีล แบบนี้เรียกว่านักบวชได้เหรอ?”
ฟางเจิ้งสวดไปบทหนึ่ง “อมิตาภพุทธ โยมพูดอะไรอย่างนั้น หรือว่าอาตมาสั่งสอนเดรัจฉานที่ไม่เข้าใจกฎไม่รู้เรื่อง โยมจะสนใจทำไม? อีกอย่างอาตมาพูดถึงหมาป่า ไม่ได้พูดถึงคนเลย? แน่นอนถ้าโยมจะร้อนตัวบอกว่าอาตมาพูดถึงพวกโยม อาตมาก็ไม่มีอะไรจะพูดแล้ว”
ฟางเจิ้งมีสีหน้างงงวย มีท่าทีว่าไม่เข้าใจ
ชายหน้าแบนโกรธแทบจะบ้าตาย ชี้ฟางเจิ้ง “อย่าคิดว่าพวกเราโง่ ทำเป็นตีวัวกระทบคราด คิดว่าพวกเราไม่เข้าใจรึไง?”
ฟางเจิ้งตอบ “อมิตาภพุทธ โยมอยากคิดยังไงก็คิดเถอะ เป็นสิทธิ์ของพวกโยม ทุกคนมาดูนี่ ของของใครเอากลับไปด้วย”
ฟางเจิ้งพูดจบก็ถือเข่งขยะใหญ่ข้างๆ ด้วยมือเดียว ก่อนวางลงตรงหน้าดังปัง แรงทรงพลังทำให้พื้นดินสั่นสะเทือนตาม!
ชายหน้าแบนเห็นฟางเจิ้งมีแรงขนาดนี้ก็หน้าเปลี่ยนสีเล็กน้อย ไม่ค่อยกล้าแข็งกร้าวกับฟางเจิ้งแล้ว เขามองของในเข่งขยะใหญ่ สีหน้าย่ำแย่กว่าเดิม เพราะเขาเห็นขากางเกงสองข้างของตน…
คนอื่นๆ มีสีหน้าไม่ต่างกัน เศษซากของตนเองอยู่ในนั้น น่าขายหน้านัก…
ส่วนพวกจิ่งเหยียนที่เห็นมาตั้งแต่เริ่มก็เข้าใจแล้ว ฟางเจิ้งเลี้ยงหมาป่านี่ไว้! ก่อนหน้านี้ปล่อยมาไล่พวกเธอก็อาจจะเป็นฝีมือของหลวงจีนนี่! อีกอย่างถ้าลองคิดดูดีๆ แม้หมาป่าจะดุร้ายแต่กลับไม่ทำร้ายใคร เค้าลางต่างๆ สื่อว่าหลวงจีนนี่เป็นคนบงการ!
ดัง