“เฉินจิ้ง ไม่อย่างนั้นให้เสี่ยวหลัวลองเถอะ?” ไชฟางตรงเข้ามาถามอีก
เฉินจิ้งลูบเอว มองกำแพงอีกครั้ง พอนึกถึงเรื่องเมื่อครู่นี้ก็ไม่ทำเป็นเก่งแล้ว พยักหน้าตอบกลับว่า “ได้ ให้เสี่ยวหลัวลองดู”
เสี่ยวหลัวได้ยินดังนั้นก็กระโดดขึ้นไป ปีนกำแพงอย่างคล่องแคล่ว ตอนนี้เอง…
“อาจารย์ไช พวกคุณทำอะไรกัน? รีบลงมา!” เสียงตะโกนดังมาข้างหลัง พวกไชฟางหันไปมอง เห็นอู๋ฉางสี่ก้าวเท้ายาววิ่งมาประหนึ่งดาวตก ข้างหลังยังมีอีกหลายคนที่ไม่รู้จัก
“อู๋ฉางสี่ นายมาแล้วหรอ นี่ใช่ไต้ซือที่นายบอกไหม? ถุย! เขาไม่ยอมรับการประลอง แถมยังปิดประตูไม่ต้อนรับเราอีก นี่มันเรื่องอะไรกัน?” เฉินจิ้งบ่น
อู๋ฉางสี่มองประตูใหญ่ที่ปิดแน่นและยังเห็นเสี่ยวหลัวที่กำลังจะปีนกำแพง ก็เข้าใจทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น จึงหัวเราะแห้งๆ “เอ่อ…คงจะจัดการยากแล้วล่ะ”
ไชฟางมองปราดเดียวก็เห็นถึงปัญหา ถามขึ้นว่า “เสี่ยวอู๋ นี่มันเรื่องอะไรกันแน่?”
อู๋ฉางสี่ยิ้มเฝื่อน “ครั้งก่อนผมแอบถ่ายภาพมาน่ะ ส่วนเรื่องการประลองผมมาพูดกับไต้ซือไม่ทัน หลักๆ คือผมไม่รู้ว่าจะพูดยังไงจริงๆ…ตอนแรกที่คุยกันไว้คือแค่ยืนยันว่าไต้ซือเขียนอักษรนั้นจริง และยืนยันความบริสุทธิ์ของผมก็เท่านั้น แต่ดันกลายเป็นการประลอง ผมไม่รู้เลยว่าไต้ซือจะยอมรับการประลองหรือเปล่า…”
พูดจบไชฟาง เฉินจิ้ง จิ่งเหยียนต่างโมโห
จิ่งเหยียนพูดขึ้นด้วยความโมโห “อู๋ฉางสี่! นายไม่รู้เหรอว่าพูดจามั่วซั่วอะไรไว้บ้าง