จิ่งเหยียนเบะปาก “ฉันไม่ได้เดามั่วสักหน่อย แต่เห็นมาเยอะแล้ว ไม่ว่าจะพูดยังไงนะ คนพวกนี้ก็มีดีอยู่บ้างแหละ ให้พวกเราทำข่าวได้เยอะเลย ไม่อย่างนั้นโลกนี้คงไม่ได้เม้าท์มอยกันหรอก?”
“อาจารย์ไช ผมว่าจิ่งเหยียนพูดก็มีเหตุผลนะ อาจารย์ดูวัดนี่สิ อยู่ในถิ่นกันดารแบบนี้ใครจะมาจุดธูปไหว้พระ? ถ้าไม่มีช่องทางรวยจริงๆ วัดจะใหม่ขนาดนี้ได้ยังไง? ผมเคยเห็นวัดในถิ่นกันดารมาแล้ว แต่ละที่มีแต่จะถล่มลงมาได้ตลอดทั้งนั้น” เฉินจิ้งพูดเสริมจิ่งเหยียน
ไชฟางอ้าปากหมดคำจะโต้ตอบ ทำได้แค่พยักหน้า “อย่างนั้นก็เข้าไปดูกันเถอะ”
“ใช่ เจิ้งจู่ยังไม่มา พวกเราเข้าไปเดินดูกัน ทำความคุ้นเคยกับสถานที่ก่อน อีกเดี๋ยวจะได้หาที่เหมาะๆ” เฉินจิ้งพูดจบก็เชื้อเชิญจิ่งเหยียนให้ไปด้วยกันอย่างกระตือรือร้น
จิ่งเหยียนไม่ปฏิเสธ เดินตามเฉินจิ้งเข้าไปทางวัดอย่างรวดเร็ว ช่างกล้องข้างหลังที่ตามมาต่างส่ายหน้าเล็กน้อย พวกเขาขี้เกียจจะสนใจเรื่องที่คนพวกนี้คุยกัน แค่ถ่ายภาพให้ดีไปก็พอ
ขบวนหกคนเดินมาถึงประตูวัดอย่างเร็วไว
ไชฟางเงยหน้ามองป้ายวัดเอกดรรชนี “ถ้าไม่นับอักษรในอินเทอร์เน็ต แค่อักษรบนป้ายวัดเอกดรรชนีก็ดีแล้ว เป็นสี่เหลี่ยม มีความถูกต้องน่ายำเกรง”
“อาจารย์ไช ฉันไม่เข้าใจอักษรและก็ไม่สนด้วยว่าอักษรจะเป็นยังไง แค่อยากดูผลการแข่งขันเท่านั้น ถ้าเณรนั่นไร้ความสามารถจริงๆ เหอะ…ต่อให้ป้ายวัดนี่เป็นภาพของเหยียนเจิงชิง[1]แล้วยังไง?” จิ่งเหยียนก