ออดกลั้นความคับอกคับใจไว้ ถามออกไป
เจียงซงอวิ๋นพยักหน้าและอยากจะพูดบางอย่าง แต่อู๋ฉางสี่หยิบภาพของเขาหมุนตัวจากไป เดินไปพลางพูดไปพลาง “มองแค่สั้นๆ กบในกะลา!”
“แก!” โอวหยางหวาไจกับเจียงซงอวิ๋นโมโหหน่อยๆ แล้ว!
แต่อู๋ฉางสี่พุ่งออกไปแล้ว หายไปแม้แต่เงาก็ด้วย
สองคนมองหน้ากันก่อนโอวหยางหวาไจพูด “ไอ้ห่านี่ ผมจะให้เขาเข้าใจว่าทำให้ผมโกรธแล้วต้องมีจุดจบยังไง!” พูดจบโอวหยางหวาไจก็โทรศัพท์ เจียงซงอวิ๋นไม่ได้พูดอะไร และไม่ได้ทำอะไร เห็นได้ชัดว่าปล่อยให้เขาทำไป
อู๋ฉางสี่ออกมานอกประตูก็สับสนเล็กน้อย ลงบนอินเทอร์เน็ตไม่ได้ ไปหาสมาคมศิลปะพู่กันจีนก็ไม่ได้ ถ้าอย่างนั้นต่อไปเอายังไงดี? อู๋ฉางสี่เป็นเหมือนเส้นเอ็น ในเมื่อทางนี้ไม่ได้ เขาก็จะไปหาผู้เชี่ยวชาญด้านพู่กันจีน! เขาไม่เชื่อว่าจะไม่มีใครไร้ความสามารถมองไม่ออกจริงๆ!
ทว่าอู๋ฉางสี่ถูกลิขิตไว้แล้วว่าต้องผิดหวัง ผู้เชี่ยวชาญพู่กันจีนเหล่านี้อาจจะคิดว่าอักษรดี แต่กลับไม่มีใครคิดว่าเป็นของจริง ต่างบอกว่าเป็นภาพตัดต่อ แถมยังด่าเขามาอีกยกหนึ่ง ทำให้อู๋ฉางสี่คับแค้นใจอย่างที่ไม่มีใครอธิบายได้ ตกเย็นพอกลับสำนักพิมพ์แล้วอู๋ฉางสี่ถูกหัวหน้าบรรณาธิการเรียกไปคุย จากนั้นเขาก็เดินคอตกออกมาจากสำนักพิมพ์
ตกกลางคืน อู๋ฉางสี่ลากโหวจื่อไปดื่มเหล้าอย่างหนัก ด้วยความเมามายจึงพูดสาเหตุออกไป
โหวจื่อคอยจับตามอง รู้ว่าอู๋ฉางสี่มีปัญหาเลยอยากจะเมา เขาจึงไม่ได้ดื่มมากนักเ