หวจื่อที่ครั้งก่อนเกือบเอาชีวิตไม่รอด
“อ๊าก!” เหล่าอู๋กับโหวจื่อถูกเรียกจึงได้สติกลับมา เหล่าอู๋พลันร้องด้วยความอนาถ ผลักฟางเจิ้งออก มองอักษรที่ถูกเหยียบจนเละตรงหน้าพลางร้องเสียงดัง “เจ๊งแล้ว! เจ๊งแล้ว! อักษรสมบูรณ์แบบขนาดนี้ถูกทำลายจนเละแล้ว! เจ๊งแล้ว!”
ฟางเจิ้งงุนงง อดถามขึ้นไม่ได้ว่า “อาตมาแค่เขียนเล่นๆ เองนะ ทำไมโยมต้องทำถึงขนาดนี้ล่ะ?”
เหล่าอู๋พลันหันมามอง ดวงตาแดงก่ำ ฟางเจิ้งตกใจจนแทบจะตบอีกฝ่ายไปหนึ่งหัตถ์ เผื่อเจ้านี่ทำอะไรที่มันนอกกรอบขึ้นมา
เหล่าอู๋มองฟางเจิ้งแวบหนึ่งถึงระงับความฉุนเฉียวลง จากนั้นกล่าวด้วยความเศร้า “เณร เณรไม่รู้จริงๆ เหรอว่าอักษรพวกนี้มีค่าแค่ไหน?”
ฟางเจิ้งส่ายหน้า “อักษรนี่เป็นแค่ระดับพื้นฐานของอาตมา จะมีค่าอะไรกัน?”
เหล่าอู๋พูดไม่ออก อักษรระดับพื้นฐานเหรอ? ถ้านี่แค่ระดับพื้นฐาน เช่นนั้นอักษรของไต้ซือพวกนั้นก็คงไม่ได้มาตรฐานแล้วล่ะมั้ง? เหล่าอู๋คิดว่าหลวงจีนนี่เสแสร้งจึงมองค้อนฟางเจิ้ง แถมยังถือกล้องถ่ายรูปวิ่งไปพลางว่า “ไม่คุยกับเณรแล้ว พวกนายอย่าเข้ามาล่ะ จะให้อักษรที่สมบูรณ์อยู่ถูกทำลายอีกไม่ได้”
เหล่าอู๋พูดจบก็ถือกล้องถ่ายรูปเข้าไปในประตูใหญ่ เตรียมจะทำสารคดีเกี่ยวกับอักษรในวัดบันทึกเก็บไว้ เขามีลางสังหรณ์ว่าอักษรพวกนี้จะสร้างชื่อเสียงโด่งดังข้ามคืนให้เขาแน่! อย่างน้อยตำแหน่งก็สูงขึ้นหนึ่งขั้น!
ฟางเจิ้งกับโหวจื่อตามไปทันที กลัวว่าเจ้านี่จะก่อเรื่องอ