ะไร แต่พอเข้ามาฟางเจิ้งก็พูดไม่ออก โหวจื่ออึ้งค้าง เหล่าอู๋แทบจะเป็นบ้า!
เห็นหมาป่าตัวใหญ่สีเงินตัวหนึ่งกำลังกระโดดโลดเต้นไปทั้งลาน กระโดดเอาหัวมุดลงไป ชนหิมะบนพื้นจนเป็นหลุมใหญ่! จากนั้นก็กระโดดอีก! อักษรทั้งลานอ่านไม่ออกแล้ว แต่กลายเป็นหลุม…อยู่ทุกที่ในลาน…
“อ๊าก! งานศิลปะของฉัน! หมาบ้า ฉันกับแกต้องตายกันไปข้าง!” เหล่าอู๋คลุ้มคลั่ง ร้องเสียงดังพลางจะพุ่งเข้าไปสู้ตายกับหมาป่าเดียวดาย!
โหวจื่อเห็นดังนั้นจึงกอดเหล่าอู๋ไว้
เหล่าอู๋ด่าทออย่างไม่พอใจ “ไอ้โหวจื่อปล่อยสิวะ! อักษรสมบูรณ์แบบขนาดนี้ถูกเดรัจฉานทำลายจนเละ ฉันจะสู้ตายกับมัน! ฉันจะอัดมันให้พิการไปเลย! แกปล่อย ปล่อยฉัน!”
โหวจื่อยิ้มแห้ง “เหล่าอู๋ ถ้านายชนะมันได้ฉันปล่อยแน่ ปัญหาคือนายชนะมันไม่ได้…”
“ชนะไม่ได้? ฉันชนะหมาไม่ได้เนี่ยนะ?” เหล่าอู๋ตะโกนด้วยความไม่พอใจ
“นั่นไม่ใช่หมา นั่นหมาป่า! หมาป่าตัวเท่าลูกวัวน่ะ! จ่าฝูงหมาป่า!” โหวจื่อตอบ
เหล่าอู๋ได้ยินดังนั้นก็เชื่อฟังโดยพลัน ขณะจะพิจารณามองหมาป่าเดียวดายอย่างละเอียด มันกลับตะกายออกมาจากในกองหิมะ กลิ้งไปมาแถมยังส่ายก้นให้เขา แล้วเดินสะบัดหางไปหลังลาน เดาว่าเจ้านี่คงจะอึดอัดใจ เช้าตรู่ขนาดนี้ทำไมถึงมีคนบ้ามากันสองคน ส่งเสียงดังเอะอะโวยวาย รบกวนชีวิตอันมีความสุขของมันเสียได้
ทว่าสายตาเหล่าอู๋ก็ยังถือว่าเฉียบแหลม มองออกว่านั่นคือหมาป่าจริงๆ! เพลิงโทสะที่คุกกรุ่นในท้องพลันมอดดับลง