ิมะเท่านั้น แบบนี้คือบังคับทำงานกันรึเปล่า?
ฟางเจิ้งไม่สนใจมัน แต่หลังทำความสะอาดจากกุฏิไปจนถึงห้องน้ำและห้องครัวแบบง่ายๆ แล้วก็รีบไปทำอาหาร
กินข้าวกวาดหิมะกลายเป็นเรื่องหลักที่เขาต้องทำในวันนี้ ยุ่งอยู่หนึ่งชั่วโมงกว่าก็กองหิมะไว้หลังวัด ก่อนเล่นสนุกก่อหิมะเป็นตุ๊กตาหิมะตัวใหญ่ ใช้ดินทำเป็นดวงตา แล้วปักไม้ลงไป รวมเป็นตุ๊กตาหิมะตัวใหญ่สองเมตร
ฟางเจิ้งกวาดไปข้างหน้าวัดอีกทางหนึ่ง เขาจะเก็บที่เหลือไว้ใช้
เมื่อทำความสะอาดอุโบสถแล้วก็ว่างอีกครั้ง เขาหักนิ้วมือพลางยิ้ม “เล่าลือว่าอักษรพุทธองค์มังกรกำราบสวรรค์ได้ ไม่รู้ว่าตอนนี้ฉันจะเขียนอักษรออกมาเป็นยังไง”
พูดจบก็หยิบไม้มาท่อนหนึ่ง ยืนบนพื้นหิมะ สูดลมหายใจเข้าลึก ใช้ท่อนไม้เป็นพู่กัน ใช้แผ่นดินเป็นกระดาษเขียนลงไป!
ฟางเจิ้งกลั้นหายใจรวมสมาธิ เขาพลันเข้าไปอยู่ในสภาวะลืมตัวเอง ถือท่อนไม้ค้างไว้อย่างนั้น ราวกับกำลังเตรียมการบางอย่าง…
“นี่วัดเอกดรรชนีเหรอ โหวจื่อ นายมั่นใจนะว่าไม่ได้หลอกฉัน? นี่ทำเอาฉันเกือบตายแหน่ะ!” ชายวัยกลางคนหอบหายใจพลางปีนขึ้นเขามา ก่อนนั่งลงกับพื้น เป็นตายยังไงก็ไม่ลุกขึ้นมา
โหวจื่อข้างๆ ก็เหนื่อยจนเหงื่อท่วมหัว ยิ้มเฝื่อนๆ “หลอกนาย? หลอกนายแล้วจะมีประโยชน์อะไรล่ะ? ฉันจะบอกให้นะอีกเดี๋ยวก็พบไต้ซือแล้ว จะต้องทำตัวดีๆ ล่ะ เขาเคยช่วยชีวิตฉันไว้ ถ้านายไม่เคารพอย่าหาว่ามือฉันไปดูแลหน้านายก็แล้วกัน”
“รู้แล้วๆ อย่าพูดมากน่า