ครั้งนี้ฉันมาเพราะข่าวใหม่เลย โหวจื่อ นายว่าข่าวลือเป็นจริงไหม? หลวงจีนที่นี่โน้มน้าวให้หานเซี่ยวกั๋วมอบตัวน่ะ? เขาเก่งกว่าตำรวจอีกเหรอเนี่ย?” ชายวัยกลางคนกล่าว
โหวจื่อตอบ “หึๆ เหล่าอู๋ นี่เห็นแก่ที่นายรู้จักฉันนะ ถ้าเป็นคนอื่นถามฉันไม่ยอมบอกแน่ คนอื่นไม่เชื่อ แต่ฉันเชื่อ! พั่งจื่อก็เชื่อ!”
“เอาเถอะ อีกเดี๋ยวพบเขาแล้วก็จะรู้เอง ไปกัน…” เหล่าอู๋ลุกขึ้นเดินไปยังวัดกับโหวจื่อ
ฟางเจิ้งยังไม่ได้ทำความสะอาดเส้นทางข้างนอกวัด ถ้าหิมะไม่ตกบนภูเขาก็ถือว่าดี แต่ถ้าหิมะตกจะเหมือนกับขนห่าน หิมะกองหนามาก สองคนเดินไปขาเกือบครึ่งจมในหิมะ เดินทีละก้าวอย่างยากลำบากจนมาถึงหน้าประตูวัด สองคนนี้เหนื่อยจนแทบจะนอนราบ
ดีที่ฟางเจิ้งกวาดหิมะหน้าประตูไปแล้ว สองคนนี้จึงยกขาออกมาจากหิมะเหยียบบนพื้นราบ ทันใดนั้นเองเหมือนมีความรู้สึกจะลอยขึ้น! สบาย สุขสมใจ!
“จริงๆ นะ ถึงวัดนี่จะไม่ใหญ่ แต่ก็อยู่บนเขาเดี่ยว มีกลิ่นอายงดงามพิเศษ พืชหญ้ามีเนื้อในแฝงอยู่ เหมือนหลอมรวมเข้าสู่กลางธรรมชาติใหญ่เลย ไม่เลวจริงๆ” เหล่าอู๋เป็นช่างกล้องนักข่าวมืออาชีพ ย่อมประเมิณค่าสุนทรียภาพได้ดีกว่าพวกโหวจื่อ มองแวบแรกก็เห็นถึงความไม่ธรรมดาของวัด
โหวจื่อฟังจนเคลิ้ม แต่มีสิ่งหนึ่งที่เขามั่นใจคือวัดนี้ดูสบายจริงๆ ไม่ให้ความรู้สึกเหมือนคนก่อสร้างอย่างกะทันหันเลย
ประตูวัดเปิดออก สองคนเดินเข้าไปก็เห็นฟางเจิ้งที่กำลังถือท่อนไม้ยืนอยู่บนหิมะ
เหล