ซือ!” หานเซี่ยวกั๋วคุกเข่าลงกับพื้น เอาหัวโขกดังโป๊กๆๆ
ฟางเจิ้งประคองหานเซี่ยวกั๋วขึ้นมา แต่หานเซี่ยวกั๋วออกแรงจะคุกเข่าให้ได้จึงพบกับเรื่องน่าตกใจ ฝ่ามือฟางเจิ้งราวกับเหล็กกล้า เขาไม่มีแรงต่อต้านเลย! นี่ยิ่งทำให้เขามั่นใจว่าฟางเจิ้งเป็นนักบวชเทพรุ่นหนึ่ง พระอาจารย์ชั้นสูงหรือพระเกจิ
ฟางเจิ้ง “อาตมาจะไม่ให้ยานี่กับโยมเปล่าๆ หรอกนะ”
“ผมซื้อ! ผมจะให้เงินทั้งหมดที่นี่!” หานเซี่ยวกั๋วตอบตามจิตใต้สำนึก
ฟางเจิ้งส่ายหน้า ยิ้ม “อาตมาเป็นนักบวชในป่าเขาจะเอาเงินพวกนี้ไปทำไม?” แต่กลับคิดในใจว่า ‘แกไม่บริจาคล่ะ เอามาให้ฉันทำไม ฉันเอามาก็ไม่มีประโยชน์!’
หานเซี่ยวกั๋วไม่รู้ว่าฟางเจิ้งกำลังคิดอะไรจึงเกาหัว “ไต้ซือ ท่านไม่ต้องการเงิน แล้วต้องการอะไร?”
“ทะเลทุกข์ไร้ขอบเขต กลับใจคือฟากฝั่ง วางมีดสังหารลง บรรลุธรรมะ” ฟางเจิ้งตอบอย่างเคร่งขรึม
หานเซี่ยวกั๋วนึกอะไรได้จึงจ้องฟางเจิ้ง ฟางเจิ้งจ้องตาอีกฝ่าย ดวงตามั่นคง เรืองรองดั่งดารา!
พอเห็นนัยน์ตาฟางเจิ้ง หานเซี่ยวกั๋วก็นึกถึงร่างเงาที่เปล่งแสงสว่างแห่งพุทธข้างหลังตอนที่สติพร่าเลือน…จึงกัดฟันพูดไป “ไต้ซือ ผมเข้าใจแล้ว! วางใจเถอะ ขอแค่ลูกสาวผมหายป่วย ผมจะไปมอบตัวเอง!”
“อมิตพุทธ” ฟางเจิ้งสวดไปบทหนึ่ง ตอนนี้เขาเองก็ไม่รู้ว่าวิธีที่ตนทำจะนับว่าชี้แนะให้อีกฝ่ายกลับตัวได้หรือไม่ แต่ว่าเขาทำมาถึงขนาดนี้แล้ว ใช้คำพูดและการกระทำแห่งจิตวิญญาณเปลี่ยนนิสัยคนในระดั