บที่ลึกซึ้งกว่าเดิม ให้อีกฝ่ายรู้ความผิดตัวเอง ส่วนเขาเองยังไม่รู้เลยว่าทำได้ยังไงเหมือนกัน
ฟางเจิ้ง “โยมมีวิธีให้ลูกสาวมาที่วัดเอกดรรชนีไหม?”
หานเซี่ยวกั๋วพยักหน้า “ผมโทรหาภรรยาเก่าได้ครับ ให้เธอพาหมี่ลี่มาเขาเอกดรรชนี”
“ภรรยาเก่า?” ฟางเจิ้งงุนงง
“อืม…ภรรยาเก่า ช่วงหนึ่งที่ผมปล้นเพื่ออยู่รอดได้ทำหนังสือหย่าวางไว้ในบ้านแล้ว และยังมีจดหมายฉบับหนึ่ง ผมเชื่อว่าเธอเชื่อ น่าจะเซ็นแล้ว” หานเซี่ยวกั๋วพูดถึงตรงนี้ นัยน์ตาเต็มไปด้วยความเจ็บปวด
ฟางเจิ้งส่งมือถือให้หานเซี่ยวกั๋ว เขารับไป เงียบอยู่ครู่หนึ่งถึงต่อหาสายคุ้ยเคย อารมณ์ความรู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อย และมีความกลัวและกังวลบ้าง…เขาค่อยๆ เดินออกจากห้อง ฟางเจิ้งไม่ได้ตามไป เขาไม่ได้อยากรู้เรื่องส่วนตัวคนอื่นขนาดนั้น
แต่ผ่านไปไม่นานหานเซี่ยวกั๋วก็วางมือถือลงด้วยหน้ามืดทะมึน
“ไต้ซือ ภรรยาผมไม่ยอมพาลูกสาวมา เธอให้ผมมอบตัวเพื่อจะได้ผ่อนปรน แลกเป็นโอกาสได้พบหน้าลูกสาว อาการป่วยลูกสาวผมหนักขึ้นเรื่อยๆ แล้ว…” หานเซี่ยวกั๋วนั่งลงกับพื้นด้วยความเจ็บปวด ฉุดดึงเส้นผมอย่างแรง ชายที่เดิมทีหลักแหลมและโหดเหี้ยม ตอนนี้นั่งร้องไห้
ฟางเจิ้งถอนหายใจเบา ไม่พูดอะไร เขาออกจากวัดเอกดรรชนีไม่ได้ หานเซี่ยวกั๋วก็ไม่มีทางไปได้ ภูเขาเอกดรรชนีมีทางเดียว ลงเขาจะต้องถูกจับแน่ อีกอย่างต่อให้อยู่บนเขาก็ต้องถูกจับไม่ช้าก็เร็ว
ส่วนจะช่วยหานเซี่ยวกั๋วอ้อมผ่านตำรวจลงเขา? ฟางเจ