นเป็นคนดี จะมาเลี้ยงเสต๊กแกไง เสต๊กชิ้นใหญ่ๆ…”
ห่างหนึ่งเมตร!
“ตาย!” หานเซี่ยวกั๋วพุ่งเข้ามาดั่งลูกดอก แทงมีดไปยังคอหอยหมาป่าเดียวดาย! เขามั่นใจในมีดตนมาก ใช้กระบวนท่าเดียวฆ่าศัตรูมาไม่รู้กี่คนแล้ว แม้แต่เขายังจำไม่ได้!
ทว่า…
ฟิ้ว!
ตาพร่ามัว หานเซี่ยวกั๋วกระโดดเข้าหาอากาศ!
หันไปอีกทีก็เห็นหางสีขาวหายไปในประตูลาน
หานเซี่ยวกั๋วตะโกนด้วยความโกรธ “กินข้าวฉันแล้วยังคิดหนีอีกเรอะ? คืนนี้ฉันจะกินแกให้ได้!”
หานเซี่ยวกั๋วถือปืนไล่ตามไป ออกนอกประตูลานแล้วก็เห็นหมาป่าเดียวดายยืนอยู่ใต้ต้นโพธิ์ มองเขาด้วยสีหน้าเหยียดหยาม
เพลิงโทสะคลุกกรุ่น ถูกเมินเฉยมาทั้งวันแล้ว ตอนนี้ยังถูกหมามองอย่างดูถูกอีก เพลิงโทสะจึงลุกโชตช่วงอย่างบ้าคลั่ง ทนไม่ไหวอีก ยกปืนเล็ง!
ปัง!
เสียงปืนไพเราะทำลายความเงียบในคืนนี้
แต่หานเซี่ยวกั๋วกลับหัวเราะไม่ออก เขาจ้องไปข้างหน้าตา ดวงตาเหม่อลอย!
เห็นหลวงจีนหัวโล้นรูปหนึ่งมาปรากฏอยู่ตรงหน้าปากปืนตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้ ยืนอยู่ตรงหน้าหมาใหญ่สีเงินใต้ต้นโพธิ์ ดวงจันทร์สีเงินบนกิ่งไม้สาดแสงเงินลงมา เสริมดุลกับความมหัศจรรย์ยากจะหาใครเปรียบของหลวงจีนกับหมาใหญ่ ราวกับเป็นเทพเจ้า
สำคัญคือหลวงจีนนี่ยกมือขึ้นข้างหนึ่ง คว้ากระสุนไว้ในมือ!
“อมิตพุทธ โยมยิงปืนแล้วนะ” ฟางเจิ้งประนมมือโค้งตัว
“กะ…แกเป็นคนหรือผีกันแน่?” หานเซี่ยวกั๋วอยู่ทวีปแอฟริกามาหลายปี เห็นคนตายมานับไม่ถ้วน แน่นอนว่าต้องเคยเห