ึงยกปากปืนขึ้นจ่อหัวฟางเจิ้ง “ไอ้หลวงจีนระยำ ถ้าแกกินข้าวฉันอีกคำเดียว รับรองว่าหัวกระจุยแน่!”
ฟางเจิ้งหมุนตัวกลับอย่างเฉยเมย ก่อนหายไปในสายตาของอีกฝ่าย! เขากังวลแล้ว เจ้านี่โง่รึเปล่า? ในหม้อยังมีข้าวอีก มาจ้องฉันเขม็งทำไม? ต้องยึดด้วยอำนาจถึงจะพอใจรึไง? คนอะไรกัน…
หานเซี่ยวกั๋วรีบตามออกไป แต่เห็นฟางเจิ้งเดินไปนอกประตูวัดแล้ว เขาจึงคิดจะยิงปีนอีกหลายครั้งแต่ก็อดกลั้นเอาไว้ ถึงอย่างไรที่นี่ก็กว้างโล่ง เสียงปืนอาจจะล่อให้ตำรวจมาจริงๆ ซึ่งเขาไม่ต้องการแบบนั้น
หานเซี่ยวกั๋วตามไปก็เห็นฟางเจิ้งนั่งกินข้าวอย่างสบายใจอยู่ใต้ต้นโพธิ์
หานเซี่ยวกั๋วเพ่งมองก็โกรธจนแทบจะระเบิด “เหลือให้ฉันคำหนึ่ง!”
ฟางเจิ้งเงยหน้าขึ้น เสียงชามกระทบกับตะเกียบดัง เขากินคำสุดท้ายไปแล้ว!
“ไอ้…ไอ้หลวงจีนระยำ แกตายซะ!” หานเซี่ยวกั๋วโมโหจริงๆ ตั้งแต่เจอกัน หลวงจีนนี่ไม่สนใจเขา ตอนนั้นกลั้นเพลิงโทสะไว้ ตอนนี้หิวจนไม่ไหวแล้ว กลิ่นหอมข้าวก็หอมจนผิดปกติ ทำให้หนอนตะกละในท้องทะลวงออกมา! ต่อให้เขาเป็นคนที่เคยผ่านการฝึกความหิวมาก่อนก็ยังรับมือกับความรู้สึกหิวที่เหมือนขยายเป็นสิบเท่านี้ไม่ได้
ฉะนั้นหานเซี่ยวกั๋วจึงคิดจะยิง
ทว่า…
แก๊ง!
เสียงดังมาจากห้องครัว
“ใคร?!” หานเซี่ยวกั๋วหมุนตัวกลับโดยพลัน ก่อนถามไปอย่างตื่นตัว
ฟางเจิ้งเงยหน้าขึ้นตอบอย่างเฉยชา “หมา”
“วัดแกเลี้ยงหมาด้วยเหรอ?” หานเซี่ยวกั๋วจ้องฟางเจิ้งตาเขม็ง
ฟางเจิ้งยืนข