ิทยายุทธ์กับตัว ก้าวเดินราวกับเหาะเหิน ไม่นานก็ตามทัน
“ไต้ซือ ตามมาทำไมครับ?” หูทั่นเป็นกังวล จะตามมาทำไมกัน?
ฟางเจิ้งยิ้ม “หูทั่นใช่ไหม?”
“ครับ มีอะไรเหรอ?” หูทั่นมองฟางเจิ้งอย่าระแวง ในป่าเขาแบบนี้มีหลวงจีนอยู่แค่รูปเดียว เขาจึงกังวลอยู่บ้างจริงๆ
ฟางเจิ้งกล่าวบทสวดไปประโยคหนึ่ง “อมิตพุทธ โยม เราสองคนพบกันถือมีวาสนาต่อกัน อาตมาขอพูดหน่อยได้ไหม?”
“เชิญไต้ซือพูดเลยครับ” หูทั่นถาม
ฟางเจิ้งกล่าวต่อ “ลงเขาครั้งนี้ ถ้ารถพลิกคว่ำตกลงไปกลางร่องน้ำที่มีใบไม้ ให้แกล้งสลบ อย่าปีนขึ้นมา”
“ไต้ซือ พูดแบบนี้ทำไม? จะแช่งคนอื่นให้ตกไปในร่องน้ำเหรอ” หูทั่นพูดขึ้นอย่างไม่สบอารมณ์
ฟางเจิ้งพูดต่อ “จำคำอาตมาไว้ หากเกิดขึ้น โยมทำตามที่อาตมาบอก หากไม่เกิด ก็ถือว่าอาตมาล้อเล่นแล้วกัน”
หูทั่นรู้สึกแค่ว่าหลวงจีนนี่แปลกๆ จึงอยากออกจากที่นี่ให้เร็วหน่อย
“รอเดี๋ยว ขอใช้ปากกากับกระดาษของโยมหน่อยได้ไหม?” ฟางเจิ้งเรียกหูทั่นไว้
หูทั่นรำคาญอยู่เล็กน้อยแล้ว ถึงเขาจะถือการบริการลูกค้าไว้สูงสุดมาโดยตลอด แต่เรื่องในวันนี้ทำให้เขาหมดความอดทนในที่สุด แต่ก็ยังส่งกระดาษกับปากกาให้ฟางเจิ้ง
ฟางเจิ้งคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วเขียนไปว่า “มีคนอันตรายเข้ามาในหมู่บ้าน แจ้งตำรวจ” ลงนามฟางเจิ้ง
จากนั้นฟางเจิ้งก็คืนปากกาให้หูทั่นก่อนกล่าวอมิตพุทธ “โยมเดินทางปลอดภัย”
หูทั่นรีบลงเขาไป
ฟางเจิ้งผิวปาก หมาป่าเดียวดายวิ่งออกมาจากพุ่มไม้ไกลๆ จา