” โหวจื่อกัดฟันให้ราคาที่สูงมาก
แต่โหวจื่อไม่รู้ว่ายิ่งพวกเขาเรียกราคาสูง ในใจฟางเจิ้งก็ยิ่งหลั่งเลือดมากเท่านั้น เห็นธนบัตรสีแดงลอยอยู่ตรงหน้า จะคว้าได้ตลอดเวลา แต่ก็ทำไม่ได้! ความรู้สึกนี้มันเหมือนกับนักโทษที่ติดคุกมาหลายสิบปีพลันมาเจอกับหญิงงามนอนเปลือยรอเขาอยู่บนเตียง แต่ก็พบว่าตนถูกล่ามขาเอาไว้ ห่างอีกแค่เมตรเดียวก็เข้าไปไม่ได้!
อึดอัดใจ…
ฟางเจิ้งกลัวว่าคนพวกนี้จะให้ราคาสูงขึ้นอีกจริงๆ กลัวว่าตนจะอดใจไม่ไหวทำผิดศีล ดังนั้นจึงเก็บชาม หมุนตัวเดินจากไป แถมยังเอ่ยขึ้นโดยไม่หันกลับมา “พวกโยมดื่มน้ำแล้วก็รีบลงเขาเถอะ”
“ไต้ซือ เดี๋ยวก่อนค่ะ” เจียงถิงเรียกฟางเจิ้ง
ฟางเจิ้งถาม “อุบาสิกามีเรื่องอะไร?”
เจียงถิง “ไต้ซือ พวกเรารู้ว่าท่านมีกฏ แต่นอกจากกฏแล้วจะต้องมีกรณีพิเศษสิ? แล้วจะทำยังไงท่านถึงให้น้ำพวกเราอีกชามได้?”
ฟางเจิ้งกำลังจะตอบ หมาป่าเดียวดายก็กลับมาแล้ว ทั้งยังเห่าให้เขาสองที
ฟางเจิ้งจึงพูดตอบ “เจ้าตะกละนี่ ฉันรู้แล้ว นายไปตักน้ำด้วยความไม่บริสุทธิ์ คงหมายปองน้ำของฉันล่ะสิ”
หมาป่าเดียวดายเห่าสองที แสดงท่าทีเหมือนคนอย่างยิ่ง หลังถูกจับได้แล้วก็มีสีหน้าเก้อเขิน พริบตานั้นเจียงถิง โหวจื่อ พั่งจื่อ หลูเสียวอ่าและหร่วนอิ่งห้าคนเหมือนเห็นผี เบิกตาโต ขยี้ตา จนมั่นใจว่าไม่ได้ฝันไปแล้ว ยังมองฟางเจิ้งด้วยแววตาประหลาดใจยิ่งกว่าเดิม
พวกเขาพบว่าหลวงจีนที่อายุพอๆ กับพวกเขาเหมือนมีความลับอยู่