ะไรอีก
ดังนั้นพวกโหวจื่อจึงไม่เข้าใจความหมายของฟางเจิ้ง
ฟางเจิ้งกล่าวต่อ “พวกโยม นี่ก็สายแล้วนะ”
“โหวจื่อ ไม่ต้องพูดแล้ว ฉันหิวแล้ว ไปเถอะ” พั่งจื่อไม่อยากอยู่ที่นี่แล้ว จึงเอ่ยเร่งรัด
โหวจื่อมองฟางเจิ้งอย่างมีความหมายลึกซึ้งแวบหนึ่ง จากนั้นพยักหน้าเรียกทุกคนจากไป ก่อนไปเจียงถิงมองฟางเจิ้ง มีท่าทีเหมือนจะพูดแต่ก็เงียบไป น่าเสียดายฟางเจิ้งเพียงแค่มองเธอพลางหัวเราะเบาๆ ไม่ได้สื่อความหมายว่าจะตรงเข้าไปพูดด้วย
เห็นห้าคนนี้ออกจากวัดฟางเจิ้งก็ถอนหายใจโล่งออก พูดพึมพำ “ลงเขาเร็วขนาดนี้ ตรงตีนเขาก็เป็นที่รกร้าง พวกเขาไม่น่าจะอยู่ต่อ อืม กลับเร็วหน่อยน่าจะหลีกภัยพ้น ระบบ ฉันถือว่าทำกุศลไม่มีสิ้นสุดรึเปล่า? ช่วยชีวิตสองคน จะได้จับรางวัลสองครั้งไหม?”
“ติ๊ง! รอพวกเขาผ่านพ้นภัยจริงๆ ก่อนถึงจะนับ”
“ถ้างั้นก็ช่างเถอะ ฉันนั่งรอจับรางวัลดีกว่า เฮอะๆ” ฟางเจิ้งอารมณ์ดีมาก ชำเลืองตามองรอยมือบนประตูใหญ่แวบหนึ่งแล้วส่ายหน้า “นี่ก็น่าเกลียดเกินไป!”
พูดจบเขาออกแรงกดมือไปข้างบน! ได้ยินเพียงเสียงเหล็กเปลี่ยนรูป ไม่นานรอยมือนั้นถูกกดกลับไป เพียงแต่ว่ายังไม่ราบเรียบมากนัก ฟางเจิ้งก็ไม่รู้จะทำยังไง เขาไม่ใช่ช่างเหล็ก ไม่มีความประณีต ได้แค่จากนี้หาโอกาสให้คนมาซ่อม
หลังจัดการประตูใหญ่แล้วก็ไปหลังลาน จุดไฟ ซาวข้าว ทำอาหาร! แต่เขากลับพบปัญหาอย่างหนึ่ง ถังน้ำในห้องครัวหายไปสองใบ! นั่นคือถังน้ำที่ให้หมาป่าเดียวดายใช