ษาพวกนี้ขนาดไหน รออยู่นานก็ไม่เห็นฟางอวิ๋นจิ้งตอบกลับจึงออฟไลน์ โยนมือถือแล้วหลับไป!
วันที่สอง ฟ้าสว่างเล็กน้อย รถข้ามทุ่งสามคันเข้ามาจอดอยู่ตรงปากทางเข้าหมู่บ้านเอกดรรชนี รถคาดิลแลค[2]ที่อยู่หน้าสุดลดกระจกลงถามกับอาที่กำลังกวาดลาน “คุณอา วัดเอกดรรชนีไปทางไหน?”
“พวกนายจะไปวัดเอกดรรชนีเหรอ?” คุณอาที่กำลังกวาดลานปีนกำแพงบ้านตัวเองด้วยความอยากรู้อยากเห็น
“ได้ยินว่าวัดเอกดรรชนีศักดิ์สิทธิ์ พวกเราเลยมาดู คุณอา วิวบนเขาเป็นยังไงบ้าง?” ผู้ชายถามขึ้น
“วิว? จะมีวิวยังไงได้อีก? พวกเราเห็นจนชินแล้ว นายจะไปวัดเอกดรรชนีต้องเลียบไปตามทาง เห็นทางเล็กนั่นไหม เลี้ยวเข้าไป แต่พวกรถพวกคุณคงไปไม่ได้หรอก ต้องเดินเอา” คุณอาตอบ
“อืม ขอบคุณครับ” ผู้ชายคนนั้นพูดจบก็เหยียบคันเร่งนำไป
รถข้ามทุ่งสามคันเข้าไปในหมู่บ้าน นี่ไม่ใช่เรื่องเล็ก คุณอาที่กวาดลานคนนั้นรีบวิ่งไปแจ้งข่าวรอบๆ ข่าวจึงกระจายไปอย่างรวดเร็ว
“ได้ยินรึเปล่า? มีรถsuvสามคันเข้าไปในหมู่บ้าน เป็นรถหรูด้วย! ได้ยินว่าจะไปวัดเอกดรรชนี พวกแกว่าพวกเขาจะไปวัดเอกดรรชนีทำไมกัน? หรือจะขอลูก?”
“ช่างเขาเถอะ ใครจะไปขอลูกที่วัดร้างอย่างวัดเอกดรรชนีกัน? ฉันว่านะคงจะมาเที่ยวมากกว่า อย่าจริงจังเลย”
“บางทีเรื่องพวกหยางหวาอาจจะกระจายออกไป คนในเมืองเลยมาขอลูก”
“พวกหยางหวามีลูกได้ก็เพราะพยายามต่างหาก ไปหาหมอสามครั้งในสามเดือน จ่ายเงินไปเป็นหมื่น กินสมุนไพรมาหมดแล้ว คน