ช็ดถูอุโบสถ เก็บกวาดลานวัด ทั้งยังรดน้ำต้นโพธิ์เล็กน้อย มันเติบโตเร็วมาก ไม่เจอวันเดียวไม่ใช่แค่แตกกิ่ง แต่ยังมีสีเขียวคลุมหนึ่งชั้น ดูดีขึ้นมาก
ในเวลาเดียวกันตรงตีนเขา
ถานจวี่กั๋ว หวังโอ้วกุ้ยกับหยางผิงสามคนลงเขามาแล้ว สามคนนี้นึกถึงรสชาติของข้าวผลึกตลอดทาง เดินจนมาถึงตีนเขาพลันนึกถึงเรื่องสำคัญ ไม่ใช่เรื่องใดอื่น แต่เป็นการขยายวัดเพื่อข้าวคำนั้น! อย่างน้อยเป็นวัดขนาดกลางก็จะดูแลเรื่องอาหาร!
สามคนถูกรสชาติของข้าวผลึกซื้อไปแล้ว หลังเห็นพ้องต้องกันจึงแยกย้ายกันไป
ยามกลางวัน หยางผิงนั่งอยู่บนเตียงในบ้านตัวเอง หลังลิ้มลองข้าวผลึกมื้อนั้นเขาก็เกิดการเฝ้าใฝ่หาที่มากขึ้น วันนี้ใช้จ่ายเป็นพิเศษเพื่อซื้อข้าวดีๆ กลับมา หลิวเยี่ยภรรยาหยางผิงทำกับข้าวที่เขาชอบไว้อีกสองอย่าง ซ้ำยังรินสุราให้เขาอีกแก้ว
แต่หยางผิงมองไข่ผัดพริก ผัดไส้หมูกับข้าวในชามแล้ว ในความคิดกลับมีแต่รสชาติของข้าวผลึกบนภูเขา ผัดไส้หมูที่ชอบที่สุดในเวลาปกติกลับรู้สึกไร้รสชาติ ดื่มสุราไปสองแก้วก็รู้สึกไม่ถูกปาก กินข้าวไปหลายคำแล้วถอนหายใจยาว
“หยางผิงเป็นอะไร? ไม่สบายรึเปล่า?” หลิวเยี่ยไม่สบายใจ ทำไมหยางผิงที่ปกติกินไม่เลือกวันนี้ถึงไม่กินอะไรล่ะ?
หยางผิงยิ้มเฝื่อน “เปล่าไม่สบาย แค่ว่า…เฮ้อ…ไม่รู้ว่าจะพูดยังไงเลย”
ตอนนี้เองมีคนเดินเข้ามาจากหน้าประตู คนนี้อายุมากกว่าหยางผิงเล็กน้อย อายุราวสามสิบย่างเข้าสี่สิบ พอเข้ามาแล้วก็มีสีหน