นอย่างแน่นอน!
พอนึกถึงการช่วยคนจำนวนมากก็จะได้จับรางวัลนับครั้งไม่ถ้วน ฟางเจิ้งแทบจะน้ำลายไหล แต่พอนึกถึงราคา ความคิดทุกอย่างพลันมอดดับไป
หนึ่งเมล็ดสองร้อยหยวน นี่มันราคาสวรรค์ชัดๆ หากเขาจะเอาไปขายจริงๆ เดาว่าในวันเดียวคงถูกคนถ่มน้ำลายใส่จนตาย! ให้ผลผลิตหนึ่งจินก็ไม่มีประโยชน์ หนึ่งจินสามร้อยหยวน แบบนี้ก็เป็นราคาสูงลิ่วเหมือนกัน!
ที่สำคัญที่สุดคือเขาไม่มีเงินจริงๆ! จะซื้อสินค้าจากระบบก็ต้องใช้เงินจากบุญกุศล เงินชนิดนี้มีแต่ผู้เลื่อมใสบริจาคเงินจุดธูปด้วยความจริงใจเท่านั้นถึงจะได้ แต่ว่าเงินชนิดนี้ ด้วยธูปอันสว่างไสวของวัดเอกดรรชนีแล้ว เขาคาดการณ์ได้ว่าคงตายก่อนได้ซื้อเมล็ดมากขนาดนั้น ที่รับประกันว่าตนจะไม่หิวตายได้ก็มีแต่อมิตพุทธกับอภินิหารพระพุทธองค์ ส่วนกรุณาธิคุณอื่นๆ…ฝันเอาเถอะ!
“ก็คงได้แต่หวังว่าธูปในภายภาคหน้าจะสว่างไสวพอ หากได้เป็นวัดใหญ่หมายเลขหนึ่งในโลกจริงๆ เงินบริจาคธูปจะต้องมีไม่น้อยแน่ ถึงตอนนั้นก็จะซื้อเมล็ดข้าวได้…” ฟางเจิ้งพึมพำก่อนถามขึ้น “พี่ระบบ ถ้าเอาเมล็ดนี่ออกไป เทคโนโลยีของโลกเราจะเข้าใจมันหรือเปล่า? หรือจะเลียนแบบ ปรับแก้อะไรพวกนี้ได้หรือเปล่า?”
“มดเข้าใจคณิตศาสตร์ได้ยังไง? นี่คือคำถาม” ระบบตอบกลับอย่างขบขัน
ฟางเจิ้งล้มเลิกความคิดนี้อย่างเด็ดขาด การคงอยู่ของระบบก็อธิบายไม่ได้ด้วยวิทยาศาสตร์แล้ว ข้าวผลึกจะต้องเป็นแบบเดียวกันแน่
ฟางเจิ้งถามต่อ “ข้าวผลึกในมือฉั