อมรู้ดีชั่ว” พูดจบก็ไม่สนว่าคนเหล่านี้จะเชื่อหรือไม่ แต่หมุนตัวกลับมาต่อว่าหมาป่าเดียวดาย “มารผจญ ยังไม่คุกเข่าขอโทษพวกโยมเขาอีก?”
พวกเขาเห็นดังนั้นก็ส่ายหน้าเล็กน้อย ในใจหมดคำจะพูดแล้ว
หูหานพึมพำ “หมาป่าฟังภาษาคนรู้เรื่องจริงๆ เหรอ? หากใช่ ฉันจะคุกเข่าใต้ภูเขา…”
เพิ่งพูดก็เห็นหมาป่าตัวนั้นขาอ่อนลง คุกเข่าลงจริงๆ ทั้งยังพยักหน้าให้พวกเขาเล็กน้อย ราวกับกำลังคุกเข่ากราบ
เห็นดังนั้น สี่คนต่างมองหน้ากันราวกับเห็นผี แววตาที่มองฟางเจิ้งมีความเกรงขามและเคารพมากกว่าเดิม สี่คนนี้ยังประนมสองมือกันอย่างไม่นัดหมายแสดงความเคารพฟางเจิ้ง “ไต้ซือเก่งกาจจริงๆ! ขอบคุณไต้ซือที่ช่วยพวกเราเอาไว้!”
ฟางเจิ้งส่ายศีรษะเล็กน้อยพลางว่า “อมิตพุทธ ช่วยหนึ่งชีวิตมีค่ามากกว่าสร้างเจดีย์เจ็ดชั้น นี่เป็นสิ่งที่อาตมาควรทำ พวกโยม หมาป่าตัวนี้หิวโซเลยทำร้ายพวกโยม ถ้ามีอาหารก็แบ่งให้มันได้ไหม?”
ฟางเจิ้งไม่รู้จะทำอย่างไรแล้ว ลำพังอาหารของตนก็มีไม่มาก จะให้เลี้ยงหมาป่าตัวนี้ เดาว่าพรุ่งนี้เขาคงไม่มีกิน ดังนั้นเลยโยนให้กับสี่คนนี้เสียเลย
หลังเห็นถึงความมหัศจรรย์ของฟางเจิ้ง สี่คนนี้ยอมต่อฟางเจิ้งตั้งนานแล้ว เคารพดั่งพระเจ้า
จ้าวต้าถงรีบกล่าวขึ้น “ไต้ซือ ในเมื่อท่านว่าอย่างนั้น ผมจ้าวต้าถงยอมหิวเพื่อให้มันกินได้ครับ”
กล่าวจบ จ้าวต้าถงรีบเอาเนื้อแห้ง ขนมปังกรอบ ไส้กรอกในกระเป๋าหลังออกมา แล้วแบ่งห่อรวมโยนให้หมาป่า
หมาป่าเงยห