นเขาทำนายว่าจ้าวต้าถงมีโอกาสจะตกเขา เลยผูกเชือกไว้ที่นี่ ช่วยจ้าวต้าถงไว้ ฉันว่านะพวกเราเจอคนประหลาดเข้าแล้วล่ะ! หลวงจีนวัดเอกดรรชรนีเป็นไต้ซือจริงๆ! ไม่ใช่คนลวงโลก!”
หม่าเจวียนก็นึกถึงเหตุการณ์ก่อนหน้านี้แล้วพยักหน้าเห็นด้วย “เหมือนว่าจะเป็นอย่างนั้นจริงๆ ฉันว่าพวกเราเข้าใจเขาผิดแล้วล่ะ พวกเราทำไม่ดีต่อเขา ทั้งยังต่อว่าไปอีก…ลับหลังยังพูดจาไม่ดีอีกเยอะเลย”
หูหานเกาหัว “เอ่อ พวกเธอดูฟ้าก่อนมันใกล้จะมืดแล้ว พวกเราลงเขาไปอันตรายมากแน่ อย่างนั้นกลับไปดีกว่าไหม จะได้ไปขอโทษไต้ซือท่านนั้นด้วย มืดแล้วตั้งแคมป์บนเขาดีกว่า ถ้าไต้ซือเก่งกาจขนาดนี้ ก็น่าจะไม่ใช่คนเลว”
“ถ้าเป็นคนเลวพวกเราคงตายไปนานแล้ว ไป กลับไปกัน!” หม่าเจวียนว่า
“ไป! ก่อนหน้านี้ฉันทำกับเขาแบบนั้น แต่เขาก็ยังช่วยฉัน ยังไงก็ต้องขอบคุณ ถ้าไม่อย่างนั้นมโนธรรมของฉันจะไม่สงบ” จ้าวต้าถงกล่าว
หม่าเจวียนเห็นด้วย “ฉันก็ด้วย”
“ฉันอยากไปจุดธูป เจ้าอาวาสเก่งขนาดนี้ วัดนี้น่าจะไม่ธรรมดา” หูหานเอ่ย
“ถ้าอย่างนั้นพระแม่กวนอิมปางประทานบุตร…” ฟางอวิ๋นจิ้งพูดเตือน
“เอ่อ…”
………
ช่วงที่สี่คนกลับมายังประตูวัดเอกดรรชนีอีกครั้ง ความรู้สึกได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ไม่มีการดูถูกอย่างตอนมา เหลือเพียงความเคารพ ทว่าที่สี่คนนี้แปลกใจคือตรงปากประตูมีคนยืนอยู่คนหนึ่ง มองดีๆ หัวโล้นภายใต้แสงดูเด่นตามาก นั่นคือเจ้าอาวาสฟางเจิ้ง!
“ไต้ซือ สวัสดี พวกเรากลับมาอีก