แล้ว” พวกเขาพูดพร้อมกันอย่างน่าประหลาด ขณะเดียวกันยังโค้งตัวแสดงความเคารพ เป็นการขออภัย และยังมีความเคารพจากใจจริงเล็กน้อย
ฟางเจิ้งมองทุกคนด้วยสีหน้าอบอุ่น แต่กลับหัวเราะอย่างเบิกบานในใจ ‘นี่คือความรู้สึกของการเป็นไต้ซือสินะ? เยี่ยม! เยี่ยมจริงๆ! เฮอะๆ…’
ฟางเจิ้งเพิ่งจะยิ้มในใจก็ได้ยินเสียงระบบดังขึ้น “ขอชี้แนะอย่างเป็นมิตร เป็นไต้ซือต้องนิ่งไว้แม้ฟ้าถล่ม ขนาดคนแค่นี้ยังทำให้นายยิ้มแย้มได้ ภายภาคหน้าพันคน หมื่นคน แสนคนมากราบไหว้นายจะเป็นยังไง? น้ำใจและจิตใจของไต้ซือนั้น ต้องบ่มเพาะทีละหยดๆ”
รอยยิ้มฟางเจิ้งพลันแข็งข้าง ยังคงยิ้มอย่างอบอุ่น ถ่อมตัวและมีสติปัญญา “พวกโยม คืนเชือกอาตมามาก่อนได้หรือเปล่า?”
“เอ่อ…” พวกเขาต่างอึ้งไป ไม่คิดเลยว่าอีกฝ่ายจะเป็นคนตรงแบบนี้
จ้าวต้าถงหยิบเชือกส่งให้
ฟางเจิ้งรับเชือกมาแล้วหมุนตัวเดินเข้าไปในวัด ไม่รอให้จ้าวต้าถงพูด แต่ปิดประตูใหญ่ดังปัง!
จ้าวต้าถงกำลังจะพูดก็ได้ยินเสียงฟางเจิ้งดังแว่วมาจากในวัด “ดึกแล้ว วัดนี้เป็นวัดเล็ก ไม่ดูแลเรื่องอาหารและที่พัก ในเมื่อพวกโยมมีแคมป์ เตรียมของมาครบแล้วก็พักผ่อนข้างนอกเถอะ ขอแนะนำอย่างหวังดีนะ บนภูเขาเอกดรรชนีมีหมาป่า ระวังเรื่องความปลอดภัยด้วย”
ไม่เตือนก็แล้วไป ทว่าพอเตือนแล้วพวกเขาต่างขนหัวลุก
จ้าวต้าถง “ไต้ซือ ท่านบอกว่ามีหมาป่าแล้วทำไมถึงให้เราอยู่ข้างนอกล่ะ? นี่มันอันตรายไม่ใช่เหรอ? ท่านเป็นคนจิตใจดี ให้พวก