าณก็แผ่ออกมา กดดันจนสัตว์อสูรตัวนั้นหยุดชะงัก ก่อนจะหันหลังหนีทันที
แต่โจวเมิ่นเพียงสะบัดมือ มีดบินใต้แขนเสื้อพุ่งออกไปทะลุร่างมันในทันที
โจวซินมองด้วยแววตาเป็นประกาย เขาอยากเป็นเช่นบิดา—แข็งแกร่งถึงขั้นสะบัดมือก็สังหารสัตว์อสูรได้
สองพ่อลูกเดินนำหน้า ส่วนคนอื่น ๆ ตามเก็บชิ้นส่วนสัตว์อสูรที่ถูกสังหาร
……….
ป่าล่าสัตว์อสูร เขตหมู่บ้านเยี่ยนเผิง
หลังจากจักรพรรดิมารสวรรค์หลับใหลอีกครั้ง ลั่วเหอได้เข้าร่วมกลุ่มนักล่าสัตว์อสูรของเยี่ยนอวี้เจิน เป้าหมายยังคงเดิม คือสังหารสัตว์อสูรเพื่อเก็บแก่นวิญญาณมาใช้บ่มเพาะ รอบนี้เยี่ยนอวี้เจินไม่ได้มาด้วย ทำให้ลั่วเหอต้องรับหน้าที่เป็นผู้นำชั่วคราว จึงไม่อาจแยกตัวไปไหนได้นานนัก
เมื่อกลับมาถึงจุดรวมพล มีรถม้าบรรทุกซากสัตว์อสูรระดับกลางที่ลั่วเหอสังหารไว้ ทุกคนเมื่อเห็นเขาก็พากันคำนับด้วยความเลื่อมใส ลั่วเหอจึงคำนับตอบกลับเช่นกัน
“ทุกท่าน ไปล่าสัตว์อสูรต่อเถิด”
กลุ่มของเขาแบ่งหน้าที่กันอย่างชัดเจน มีคนสำรวจพื้นที่ คนตรวจจับสัตว์อสูร และผู้คุ้มกันด้านหลัง ส่วนลั่วเหอเป็นผู้นำทั้งหมด
เป้าหมายในแต่ละวันคือสัตว์อสูรระดับต่ำสามตัว และระดับกลางหนึ่งตัว ไม่นานนัก สั