็บสมุนไพรในป่า ถูกโจรซุ่มโจมตี พอหนีจนจนมุมจึงกระโดดน้ำ จากนั้นก็จำอะไรไม่ได้”
เยี่ยนอวี้เจินพยักหน้าช้า ๆ
“เคราะห์ร้ายยิ่งนัก”
เขาลองตรวจชีพจรแล้วเอ่ยต่อ
“เจ้าไม่มีรากฐานวรยุทธ์เลย แถมร่างกายผอมเกินไป เหมือนคนอดอาหารมานาน”
ลั่วเหอตอบเสียงแผ่ว
“ข้าน้อย…ไม่ค่อยได้กินจริง ๆ”
ถ้อยคำนั้นทำให้บรรยากาศเงียบลงชั่วขณะ ความเย็นเยียบบางอย่างแฝงอยู่ในแววตาลั่วเหอ แต่ไม่มีใครล่วงรู้
“พ่อแม่เจ้าเล่า?” เยี่ยนอวี้เจินถามต่อ
“เสียชีวิตหมดแล้ว…”
คำตอบสั้น ๆ แต่หนักแน่น
เยี่ยนอวี้เจินชะงักไปเล็กน้อย สีหน้าแววรู้สึกผิดผุดขึ้นทันที
“ข้าขออภัย ข้าไม่ควรถาม”
“ไม่เป็นไรขอรับ” ลั่วเหอยังคงก้มหน้า “ท่านมีพระคุณกับข้าแล้ว”
เย่หนิงเอ๋อร์ตะโกนจากลานบ้าน
“อาหารเสร็จแล้ว!”
ทุกคนจึงย้ายไปยังโต๊ะอาหาร
ลั่วเหอนั่งเกร็งอย่างไม่คุ้นเคยกับบรรยากาศ เขาไม่ชินกับการมีคนคอยใส่ใจเช่นนี้
หลังมื้ออาหาร เขารีบอาสาล้างจาน แม้เย่หนิงเอ๋อร์จะปฏิเสธ แต่เขายืนยัน
“ข้าได้รับความเมตตา การตอบแทนเพียงเท่านี้ยังน้อยไป”
หญิงสาวยิ้มบาง
“เด็กดีจริง ๆ”
เมื่อเสร็จงาน เยี่ยนเผิงพาเขาไปยังห้องว่างของญาติผู้ใหญ่ซึ่งไม่อยู่บ้านเป็นเวลานาน ห้องจึงเงียบและเรียบง่าย
“พักท